บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ตอกย้ำศักยภาพระดับภูมิภาค หลังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Fortune Southeast Asia 500 ปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยอยู่ในอันดับที่ 49 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังติดอันดับที่ 5 ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retailing) ของภูมิภาค จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune ซึ่งอ้างอิงจากรายได้ปี 2568
การยืนหยัดใน Top 50 ของภูมิภาคต่อเนื่อง และการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและมีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ที่นำโดยธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งยังคงขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะถัดไป
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า การได้รับการจัดอันดับใน Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของ PTG ในระดับภูมิภาค ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจ Non-Oil ฐานสมาชิก Max Card และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
“บริษัทฯ จะเดินหน้าสร้างการเติบโตบนพื้นฐานของความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้กรอบ ESG เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในระยะยาว” นายพิทักษ์กล่าว
ทั้งนี้ การจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 คัดเลือกบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพิจารณาจากรายได้ในปีบัญชีล่าสุด ซึ่งในปีนี้นับเป็นการจัดอันดับครั้งที่ 3 รวบรวมบริษัทชั้นนำจาก 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา
การติดอันดับในเวทีสากลครั้งนี้ ตอกย้ำทิศทางและวิสัยทัศน์ของ PTG ในการพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ บริการ สมาชิก และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการใช้ชีวิตที่ "อยู่ดี มีสุข" ผ่านเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน อย่างยั่งยืน








