ผลศึกษาล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics: ABS) ชี้ให้เห็นว่า การบริโภคผลิตภัณฑ์นิโคติน ได้แก่ การสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลระบุว่าชาวออสเตรเลียบริโภคนิโคตินเพิ่มขึ้นราว 40% เมื่อเทียบกับปี 2017 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินผิดกฎหมายมีสัดส่วนสูงถึง 80% ของการบริโภคทั้งหมด
ABS ใช้วิธีการวิเคราะห์รูปแบบใหม่ที่รวมข้อมูลการบริโภคผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกประเภท และข้อมูลจากการตรวจวัดสารตกค้างในน้ำเสีย เพื่อประเมินการบริโภคที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ ผลการศึกษาพบว่าปริมาณการบริโภคยาสูบต่อประชากรเพิ่มขึ้น 22% สะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคไม่ได้ลดลงตามที่คาดหวังจากมาตรการภาษีที่เข้มงวด แม้ว่าราคาบุหรี่ในออสเตรเลียจะสูงที่สุดในโลก (ประมาณ 1,500 บาทต่อซอง) และบุหรี่ไฟฟ้าถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่นโยบายที่เข้มงวดเกินไปอาจสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบที่ไม่ได้ตั้งใจซึ่งเกิดขึ้นตามมา
แม้ผลการศึกษาจะสร้างความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของตลาดผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลออสเตรเลียยังคงยืนยันเดินหน้ามาตรการภาษีสรรพสามิตต่อไป โดยมองว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดคือแนวทางสำคัญในการจัดการกับปัญหาการค้าผิดกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการยึดบุหรี่ผิดกฎหมายกว่า 433,000 มวน ยาสูบเถื่อน 686 กิโลกรัม และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งกว่า 50,000 ชิ้น ในปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเขตนอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี
โดยสื่อออนไลน์ชื่อดังของออสเตรเลีย The Australian รายงานว่า พรรคแรงงาน ยังคงคัดค้านข้อเสนอในการชะลอการขึ้นหรือปรับลดภาษีสรรพสามิตยาสูบ พร้อมยืนยันเดินหน้านโยบายของตน ท่ามกลางเสียงเรียกร้อง ผู้นำรัฐ นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ และนักการเมืองฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งมองว่าข้อมูลล่าสุดสะท้อนถึงข้อจำกัดของนโยบายปัจจุบัน โดยชี้ว่าการขึ้นภาษีอย่างต่อเนื่องอาจผลักดันผู้บริโภคเข้าสู่ตลาดผิดกฎหมายมากขึ้น แทนที่จะทำให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน และแสดงความกังวลต่อการที่รายได้จากการจัดเก็บภาษียาสูบคาดว่าจะลดลงถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงห้าปีข้างหน้า
ABS ยังระบุว่า ราคาผลิตภัณฑ์ยาสูบถูกกฎหมายในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่านับตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่ราคาสินค้าผิดกฎหมายยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันไปเลือกสินค้าที่มีราคาถูกกว่าในตลาดมืด
ขณะที่อดีตรองหัวหน้าแพทย์สาธารณสุข นิก โค้ทสเวิร์ธ ระบุว่า แนวทางแบบห้ามอย่างเบ็ดเสร็จต่อการสูบบุหรี่หรือบริโภคผลิตภัณฑ์นิตินกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพลดลงเรื่อย ๆ และทำให้ระบบควบคุมยาสูบของประเทศเราสั่นคลอนอย่างชัดเจน








