บอย อินชัวร์
เวียนมาบรรจบครบอีกปีแล้ว สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดโครงการ ALIP หรือ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตสู่นานาชาติ พร้อมกับขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็น Center of Insurance Excellence & Insurance Community หลัง3องค์กรได้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย( คปภ. )โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) กองทุนประกันชีวิต และสมาคมประกันชีวิตไทย ได้ริเริ่มจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ALIP)ครั้งแรกณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
ครั้งนั้นยังมีเพียงผู้บริหารระดับสูงจากสมาคมประกันชีวิตไทย ผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ภาคธุรกิจประกันชีวิต สมาคมวิชาชีพ และผู้แทนจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากประเทศไทยและจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพ และร่วมกันออกแบบอนาคตของระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค
อีกทั้งงานดังกล่าวตอกย้ำวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเป็น “ศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการประกันภัย (Center of Insurance Excellence)” ผ่านการยกระดับองค์ความรู้ การพัฒนาเครือข่าย และการร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมของหน่วยงานกำกับและภาคเอกชนในระดับภูมิภาค สำหรับหลักสูตรที่ใช้อบรมได้ออกแบบให้ครอบคลุมหลายประเด็นที่สำคัญ ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาองค์กร การรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ตลอดจนแนวทางการบูรณาการด้านความยั่งยืน (ESG) และการผนวกเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับธุรกิจประกันชีวิต
โดยได้แบ่งหลักสูตรเป็น 4 Modules ได้แก่Module 1 The New Frontier of ASEAN Life Insurance การสำรวจพรมแดนใหม่ของธุรกิจประกันชีวิตอาเซียน Module 2Opportunities and Solutions for Growth and Resilience การวางกลยุทธ์การเติบโตและความยืดหยุ่นขององค์กร Module 3Going Forward to a Sustainable Insurance การขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และ Module 4 Innovation Exploring การเปิดโลกแห่งนวัตกรรม โดยตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้น ทั้งในรูปแบบการบรรยาย การอภิปรายการลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานระบบประกันภัยและสุขภาพของไทย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายประเทศ เพื่อระดมความคิดในระดับภูมิภาค
โดยโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีอบรมสัมมนา แต่เป็นพื้นที่ความร่วมมือและการออกแบบอนาคตของระบบประกันชีวิตในระดับอาเซียน พร้อมวางแนวทางการขับเคลื่อนไว้ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ Reinforce การเสริมสร้างฐานความรู้และศักยภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรม Connect การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และสมาคมต่าง ๆ และ Elevate การยกระดับความร่วมมือให้สามารถร่วมกันออกแบบนโยบาย นวัตกรรม และทิศทางการพัฒนาในอนาคตของภูมิภาค พร้อมทั้งได้มีการจัดทำฐานข้อมูลด้านนโยบาย ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและการสนับสนุน InsurTech Startup โดยโครงการนี้จะไม่จบลงเพียงแค่ในห้องอบรม แต่จะต่อยอดไปสู่เครือข่ายความร่วมมือที่เติบโตต่อเนื่อง และเป็นจุดเริ่มต้นที่ สำคัญในการสร้างกลไกความร่วมมือระยะยาว ทั้งในเชิงนโยบาย การพัฒนาคน และการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับกับภาคธุรกิจในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศสมาชิกและประชาชนในภูมิภาค
มาล่าสุดปีนี้คปภ. ได้เปิดเวที ALIP 2026 ปีที่ 2 เสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค แลกเปลี่ยนองค์ความรู้รับมือสังคมสูงวัย สู่ Insurance Community ที่เข้มแข็งเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ผ่านมา โดยนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ.เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2026 ณ โรงแรม Hotel Nikko Bangkok กรุงเทพมหานคร
ปีนี้ที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษคือการมีพันธมิตรระดับโลกจากสาธารณรัฐเกาหลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และที่สำคัญยังยกระดับการพัฒนาระบบประกันชีวิต ในภูมิภาคให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคสังคมสูงวัย ภายใต้หัวข้อ “The Longevity Frontier: Navigating the Future of Wellness” ซึ่งมุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของภูมิภาคอาเซียนที่เน้นย้ำว่า ภาคธุรกิจประกันภัยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย ไปสู่การเป็น “National Risk Buffer” หรือกลไกสำคัญในการรองรับความเสี่ยงของประเทศ และร่วมสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาวะทางกาย (physical wellness) และความมั่นคงทางการเงิน (financial security) ของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้เลขาธิการ คปภ. กล่าวอีกว่า โครงการALIP เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) โดยสำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่า “การกำกับดูแล” และ “การพัฒนา” ต้องดำเนินควบคู่กัน ผ่านแนวคิด Collaborative Shield หรือเกราะความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้นวัตกรรมสามารถตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ
ในขณะที่ระบบกำกับดูแลสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อบริบทความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมตั้งเป้าให้ ALIP เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยง Friendship and Connection ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง Insurance Community ของภูมิภาคอาเซียนให้เข้มแข็งร่วมกัน โดยในปีนี้ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกจากสาธารณรัฐเกาหลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบประกันชีวิตอาเซียนให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
สำหรับโครงการพัฒนาฯ(ALIP) 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคมรวมตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้น ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันชีวิตในยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้ 4 Modules ประกอบด้วย Module 1 Global Landscape & Strategic Outlook การวิเคราะห์ภูมิทัศน์โลกและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจประกันชีวิต Module 2 Emerging Risk & Resilience การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร Module 3 Technology & Customer Transformation การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และ Module 4 Leadership & Human Capital Strategy การพัฒนาภาวะผู้นำและกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบครบทุกมิติ ทั้งการบรรยาย การอภิปราย การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานระบบประกันภัยและระบบสุขภาพของประเทศไทย
รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เพื่อร่วมระดมความคิดและออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค โดยยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากหลากหลายสาขาวิชามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนผ่านของธุรกิจประกันชีวิตในบริบทโลกใหม่ การรับมือความเสี่ยงเกิดใหม่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลและความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบประกันภัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว
โครงการ ALIP จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันชีวิต แต่เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือและการร่วมออกแบบอนาคตของระบบประกันชีวิตในระดับอาเซียน และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันออกแบบอนาคตของระบบประกันภัยที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างระบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น พร้อมรองรับสังคมสูงวัย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัยในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
“ปัจจุบันสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ได้ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมประกันภัยของภูมิภาค ครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตร การจัดทำฐานข้อมูลเชิงนโยบาย ตลอดจนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและการสนับสนุน InsurTech Startup เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคต โดยโครงการ ALIP จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างกลไกความร่วมมือระยะยาว การพัฒนาบุคลากร และการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับภาคธุรกิจประกันภัยในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อประเทศสมาชิกและประชาชนในภูมิภาคในระยะยาว” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย








