วันที่ 14 เมษายน 2569 นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขสมก.มีรถโดยสารที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 2,074 คัน และมีรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 800 คัน ซึ่งปัจจุบัน เชื้อเพลิง NGV ยังไม่มีปัญหา โดยขสมก.มีสัญญาซื้อขายเชื้อเพลิงทั้ง 2 ประเภทกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แต่เนื่องจากความผันผวนของพลังงานโลก ดังนั้นขสมก.จึงหารือกับ ปตท. เพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ โดยปตท.ยืนยันในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้ขสมก.ได้เพียงพอตามแผนการสั่งซื้อเชื้อเพลิงที่สอดคล้องกับความต้องการจริงรายเดือน เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในทุกเขตการเดินรถขสมก.มีปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยประมาณ 128,015 ลิตรต่อวัน โดย ปตท.กำหนดราคาขายขสมก.ต่ำกว่าราคาจำหน่ายหน้าสถานีบริการน้ำมันประมาณ 2 บาทต่อลิตร ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันดีเซลของขสมก.ก็ต้องปรับเพิ่มขึ้นไปด้วย
ทั้งนี้แต่ละปี มีภาระค่าเชื้อเพลิงรวมประมาณ 1,800-1,900 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่าย NGV ประมาณ 700 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายน้ำมันประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งในปี 2569 ขสมก.ตั้งค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยกำหนดราคาเฉลี่ยที่ 33 บาทต่อลิตร ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวทำให้ คาดว่าค่าใช้จ่ายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ในปี 2569 ขสมก.ขาดสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยปีละประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท เป็น 10,000-12,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการประเมินต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและปรับตัวเลขการดำเนินงานใหม่ต่อจากนี้








