ธุรกิจ

ลุ้นอัพกธ.ไมโครจ่าย 2.5 แสน ท้าทายเคลม 7 วันอันตราย

แชร์ข่าว

บอย อินชัวร์

นับเป็นประเด็นท้าทายธุรกิจประกันภัยทีเดียวกับสงกรานต์ปีนี้ เมื่อสำนักงาน คปภ. ผนึกกำลังภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการส่งเสริมการประกันภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์สุขกายใจ เดินทางปลอดภัย ให้ประกันภัยร่วมดูแล” เพื่อยกระดับการรับรู้และสร้างหลักประกันความอุ่นใจให้กับประชาชน ผ่านบทบาทของระบบประกันภัยที่ดูแลอย่างรอบด้าน แม้จะสวนทางกับความรู้สึกของผู้คนที่เกรงว่าสงกรานต์ปีนี้อาจจะกร่อย เนื่องจากประชาชนอาจต้องการประหยัดหรือเซฟตัวเองไม่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไม่อยากแบกภาระค่าใช้จ่ายค่าครองชีพที่สูงในยุควิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลน

แต่ทว่า มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสงกรานต์ทุกปี สำนักงานคปภ. ในฐานะหน่วยงานภาคีเครือข่ายของศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน กระทรวงมหาดไทย จำเป็นต้องขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งสงกรานต์ในปีนี้จะตรงกับวันที่ 10 - 16 เมษายน 2569 โดยสำนักงาน คปภ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคย่อมหลีกไม่พ้นในการนำระบบประกันภัยเข้ามามีส่วนสำคัญในการดูแล โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก ทั้งการกลับภูมิลำเนาและการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ปีนี้ที่แหวกแนวแตกต่างออกไปจากทุกปี ก็คือปีนี้ได้เตรียมความพร้อมใน 3 มิติหลักอย่างเป็นรูปธรรมรับมือได้แก่ มิติแรก เน้นความพร้อมด้านสุขภาพกายและใจ ชี้โรคไม่ติดต่อและอุบัติเหตุยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทย พร้อมรณรงค์ดูแลสุขภาพตามหลัก “5 อ.” พร้อมต่อยอด “อ.ที่ 6 อินชัวรันส์” หรือการประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง ด้านค่ารักษาพยาบาล โดยได้จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น ให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และมอบสิทธิ์ตรวจสุขภาพฟรีผ่านเครือข่ายทั่วประเทศ

มิติที่สอง มุ่งยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง หลังสถิติอุบัติเหตุช่วง “7 วันอันตราย” เพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด พร้อมเน้นย้ำการตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง และการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และมิติที่สาม ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินและการวางแผนชีวิตในระยะยาว สอดรับสังคมผู้สูงอายุของไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยส่งเสริมความรู้ด้านการออม การลงทุน การประกันชีวิต และการประกันสุขภาพ เพื่อรองรับการเกษียณอย่างมีคุณภาพ พร้อมเปิดบริการตรวจข้อมูลเครดิตฟรี โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนประเมินสุขภาพทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันสำนักงาน คปภ. ยังมอบ “ของขวัญปีใหม่ไทย”ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันภัยราคาประหยัด 2 รูปแบบ ได้แก่ “ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ”ที่จะเปิดจำหน่ายในราคาถูกสุดคุ้มโดยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 10 บาท คุ้มครองสูงสุด 250,000 บาท และ “ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ” เบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท คุ้มครองสูงสุด 30,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้ตั้งแต่ 31 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2569 ผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ

ที่ดูจะอินเทรนด์เห็นจะเป็นการรุกขยายผลการรณรงค์จาก “ความปลอดภัย” สู่ “การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน” สำนักงาน คปภ. ยังได้เดินหน้าส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การดูแลสุขภาพของประชาชน จึงขอเชิญชวนร่วมกิจกรรม “ประหยัดพลังงานเสริมสร้างสุขภาพ” ผ่าน Facebook สำนักงาน คปภ. ภาค ทั้ง 9 แห่ง เพียงโพสต์ภาพหรือวิดีโอที่สะท้อนการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน พร้อมติดแฮชแท็ก #คปภ และ #ประหยัดพลังงานเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อลุ้นรับของรางวัลอาทิ บัตรกำนัลฉีดวัคซีน และกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์

โดยกิจกรรมดังกล่าวนี้จะจัดล้อไปกับการรณรงค์ในภาพใหญ่ของเทศกาลสงกรานต์เดินทางปลอดภัย “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ มุ่งเน้นป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมทางไกลผ่านระบบจอภาพ โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณจราจรขาออกกรุงเทพมหานครหนาแน่นมากที่สุดในวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีปริมาณรถกว่า 718,000 คัน ส่วนขาเข้ากรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีปริมาณรถหนาแน่นมากที่สุดในวันพุธที่ 15 เมษายน 2569 จำนวนกว่า 629,000 คัน

ซึ่งพล.ต.อ.สำราญฯ ได้สั่งการทุกหน่วยดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรและลดการเกิดอุบัติเหตุ ให้ทุกหน่วยจัดตั้งศูนย์อํานวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทุกระดับ (ภาค/จังหวัด) โดยถือการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 เป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงระดับชาติ

โดยตั้งเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง พร้อมเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ซึ่งเป็นพฤติกรรมอันตรายในการขับขี่โดยเฉพาะขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถย้อนศร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่

โดยจะมีการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในจุดเสี่ยง/เส้นทางเสี่ยง ในกรณีเมาแล้วขับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้ตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกราย และให้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดซ้ำ และดำเนินคดีครบทุกข้อหา หากผู้กระทำผิดเป็นเด็กหรือเยาวชน ให้ขยายผลดำเนินคดีถึงผู้ขายสุรา บุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรด้วย และให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการจราจรบนถนนทางหลวงสายหลัก โดยเฉพาะถนนมอเตอร์เวย์ สายM6 และ M81 ตลอดจนให้ทุกกองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด จัดกําลังสนับสนุนกองบังคับการตำรวจทางหลวง พร้อมกับให้มีการบริหารจัดการทางเข้า-ทางออก และภายในสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่รับผิดชอบ และเร่งระบายรถ โดยจะมีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ประสานรถยก รถสไลด์ หน่วยกู้ภัย ให้มีความพร้อมสามารถติดต่อได้ เพื่อร่วมปฏิบัติในการแก้ไขปัญหารถติด อุบัติเหตุ รถเสีย และสิ่งกีดขวางได้ทันที

ขณะเดียวกันยังพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษ (REVERSIBLE LANE) ตามความเหมาะสม โดยมีการจัดระเบียบการจอดรถในจุดเสี่ยง สถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง สถานที่จัดงานขนาดใหญ่ พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนจัดการจราจรรองรับ จัดระบบบริการประชาชน เช่น ลานจอดรถ รถรับส่ง เส้นทางเลี่ยง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบล่วงหน้า พร้อมกับให้มีกานจัดช่องทางฉุกเฉินรองรับการขนส่ง ลําเลียง การเข้าพื้นที่ของรถตำรวจหรือรถกู้ชีพกู้ภัย ในพื้นที่จัดงาน กิจกรรมต่าง ๆ

ขณะที่หากพลิกแฟ้มข้อมูลย้อนหลังไปจะพบว่าศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ได้สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2568 พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุ รวม 1,538 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 253 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,495 คน โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด,ดื่มแล้วขับ,ตัดหน้ากระชั้นชิด และรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดร้อยละ 83.34 สำหรับผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ พบว่ามีผู้เสียชีวิตที่ได้รับความคุ้มครองจากรถคันที่เกิดเหตุมีประกันภัย พ.ร.บ.ร้อยละ 54 และมีผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย พ.ร.บ. เนื่องจากรถคันที่เกิดเหตุไม่พบการมีประกันภัย พ.ร.บ.อีกร้อยละ 46 ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายและต้องติดตามกันดูว่า สถิติวงกรานต์ปี2569 นี้ เมื่อมีการรณรงค์กันออกมา สถิติอุบัติเหตุจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากตัวเลขทุกปีหรือแม้แต่ปีที่แล้วกันแน่

โดยปีนี้ถือเป็นปีพิเศษปีแรกสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 สำนักงาน คปภ. ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ได้นำเสนอกรมธรรม์จำนวน 2 รูปแบบ ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ซึ่งออกแบบมาเพื่อดูแลความเสี่ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง และ กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ที่ช่วยคุ้มครองที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินในช่วงที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย โดยทั้งสองรูปแบบเป็นประกันภัยรายย่อยที่มีจุดเด่นด้านการเข้าถึงง่าย เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 30 วัน และสามารถเลือกแผนความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งให้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

โดยมีการปรับเงื่อนไขในส่วนเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสูงขึ้นกรณีเสียชีวิตถึง 250,000 บาท โดยสาระสำคัญของทั้ง 2 กรมธรรม์ กล่าวคือ 1) กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ เป็นกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล มีให้เลือก 2 แผน ด้วยเบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท และ 20 บาท ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 30 วัน โดยมีข้อตกลงความคุ้มครอง ดังนี้

กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ จะได้รับเงินเอาประกันภัยจำนวน 100,000 บาท และ 250,000 บาท ตามแผนที่เลือก กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท และ 125,000 บาท ตามแผนที่เลือก

กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุสาธารณะ จำนวนเงิน เอาประกันภัย 100,000 บาท และ 250,000 บาท ตามแผนที่เลือก โดยผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างพยาบาลพิเศษ อุปกรณ์ค้ำยันต่าง ๆ (ยกเว้นไม้ค้ำยัน) รถเข็นผู้ป่วยอวัยวะเทียมภายนอกร่างกาย ค่ารักษาพยาบาล โดยแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) การฝังเข็ม จำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งสองแผน 5,000 บาท

ทั้งนี้หากเกิดอุบัติเหตุสาธารณะ จะได้รับวงเงินความคุ้มครองเพิ่มอีก 100,000 บาท และ 250,000 บาท รวมเป็น 200,000 บาท และ 500,000 บาท ตามแผนที่เลือก โดยอุบัติเหตุสาธารณะครอบคลุมกรณีที่ผู้เอาประกันภัย เป็นผู้โดยสารรถไฟ รถไฟฟ้า รถโดยสารขนส่งมวลชน และรถตู้โดยสารสาธารณะ การใช้ลิฟท์สาธารณะ ยกเว้นในเหมืองแร่หรือสถานที่ก่อสร้าง การอยู่ภายในอาคารสาธารณะและเกิดเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงการกระโดดหนีไฟเพื่อเอาชีวิตรอด และขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน ซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องมีอายุระหว่าง 15 - 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย โดยสามารถทำสัญญาได้ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2569 ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 30 วัน และกำหนดให้ผู้รับประโยชน์เป็นทายาทโดยธรรมผู้เอาประกันภัย สามารถรับสิทธิได้ 1 คน ต่อ 1 กรมธรรม์ ต่อผู้ประกอบการ 1 ราย

ขณะที่2) กรมธรรม์ประกันภัยฝากบ้านเที่ยวอุ่นใจ เป็นกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยและการโจรกรรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินในช่วงเดินทางเทศกาลวันหยุดยาว โดยมีเบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 30 วัน ครอบคลุมความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า และระเบิด ซึ่งกำหนดวงเงินคุ้มครองตามลักษณะที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านคอนกรีต 30,000 บาท บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 15,000 บาท บ้านไม้หรือวัสดุอื่น 10,000 บาท และห้องแถวไม้ 5,00