วันที่ 26 มีนาคม 2569 นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการดำเนินงานการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพในช่วงที่ผ่านมา โดยพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ รวม 2,977 แห่ง ระหว่างวันที่ 5 – 25 มีนาคม 2569 ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ในกลุ่มสถานีบริการน้ำมันรวม 17 ราย ใน 11 จังหวัด ซึ่งทั้งหมดเป็นกรณีความผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาตามมาตรา 28 โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ช่วงวันที่ 1 – 25 มีนาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนสะสมรวม 385 คำร้อง โดยตรวจสอบแล้ว 152 คำร้อง พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำนวน 15 ราย จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง จำนวน 3 ราย และปิดป้ายแสดงราคาไม่ชัดเจน จำนวน 1 ราย รวมทั้งสิ้น 19 ราย ขณะที่อีก 233 คำร้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเฉพาะการจำหน่ายสินค้าในราคาเกินสมควร จำนวน 33 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารต้นทุนมาวิเคราะห์ หากพบราคาสูงเกินสมควรจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นอกจากการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนการผลิตตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ปลูกข้าวนาปรังทั้งด้านต้นทุนและการตลาดโดยเตรียมดำเนินการ ดังนี้ 1) โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 เมษายนนี้
นำร่องใน 5 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย โดยตั้งเป้ารองรับผลผลิต 1 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งจะมีการเปิดจุดรับซื้อผ่านโรงสีและสหกรณ์การเกษตรในราคาที่สูงกว่าตลาด 300 บาทต่อตัน 2) ตลาดนัดข้าวเปลือก จะจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม - พฤษภาคมในหลายจังหวัด เพื่อเพิ่มช่องทางการขายและลดภาระค่าขนส่งให้เกษตรกร โดยจะมีราคารับซื้อสูงกว่าตลาดทั่วไปเฉลี่ย 200 – 400 บาทต่อตัน พร้อมกำชับสำนักงานชั่งตวงวัดให้ดูแลความโปร่งใสในการซื้อขายอย่างเข้มงวด
นอกจากมาตรการด้านราคาแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมลดต้นทุนการผลิตผ่านโครงการ ปุ๋ยธงเขียวพลัสสนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับผู้ถือบัตรดินดีและคูปองส่วนลดปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูเพาะปลูกนาปีที่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอยืนยันว่าจะกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการให้มีความเป็นธรรมและมีปริมาณเพียงพอ หากประชาชนพบเห็นการเอาเปรียบสามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








