วันที่ 14 มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนช่วงสองเดือนแรกปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 243 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 47 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 196 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 64,429 ล้านบาท โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 48 ราย คิดเป็น 20% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 1,265 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
- ธุรกิจโฆษณา
- ธุรกิจบริการสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- ธุรกิจบริการวิจัยและพัฒนาโซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell)
2. จีน 42 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 11,796 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Printed Circuit Board Assembly ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักร เป็นต้น
3. ญี่ปุ่น 41 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 18,886 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจวิเคราะห์แผงวงจรของเครื่องจักร เพื่อหาสาเหตุกรณีที่เกิดการขัดข้อง เป็นต้น
- ธุรกิจบริการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำหรับยางล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น อุปกรณ์สำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น
4. สิงคโปร์ 27 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 17,218 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักร และเครื่องกล เป็นต้น
- ธุรกิจบริการ Cloud Service
- ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนโลหะ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และชิ้นส่วนช่วงล่างของยานพาหนะ เป็นต้น
5. ฮ่องกง 20 ราย คิดเป็น 8% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,338 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น
- ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 62 ราย (34%) (เดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 อนุญาต 243 ราย / เดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 อนุญาต 181 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 29,152 ล้านบาท (83%) (เดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 ลงทุน 64,429 ล้านบาท / เดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 ลงทุน 35,277 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 2,638 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,294 คน (96%) (เดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 จ้างงาน 2,638 คน / เดือน ม.ค.-ก.พ. 2568 จ้างงาน 1,344 คน)
นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 110 ราย คิดเป็น 45% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 243 ราย มูลค่าลงทุน 36,313 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด 64,429 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น
ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการเพื่อยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค
3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services
อธิบดีพูนพงษ์ฯ เพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ปี 2569 (เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 81 ราย คิดเป็น 33% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 24 ราย (42%) (เดือน ม.ค. - ก.พ. 2569 ลงทุน 81 ราย / เดือน ม.ค. - ก.พ. 2568 ลงทุน 57 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 29,826 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน 29 ราย ลงทุน 11,226 ล้านบาท ญี่ปุ่น 14 ราย ลงทุน 3,313 ล้านบาท *สิงคโปร์ 12 ราย ลงทุน 7,415 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 26 ราย ลงทุน 7,872 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ
- ธุรกิจบริการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำหรับยางล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
- ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักร เป็นต้น
ทั้งนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 130 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 107 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 30,650 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2,376 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบเดินระบบอาณัติสัญญาณ และองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำแนะนำในการเลือกใช้อุปกรณ์ วิธีติดตั้ง วิธีการใช้งานและแนวทางการซ่อมบำรุง เป็นต้น
- ธุรกิจการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น
- ธุรกิจบริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาเรือกักเก็บปิโตรเลียมเพื่อรอการขนถ่าย
- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนของแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า และอุปกรณ์สำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น








