ธุรกิจ

คลอดหลักสูตร"PRIME" เพาะนักขายพันธุ์ใหม่

แชร์ข่าว

บอย อินชัวร์

แม้ว่านโยบายกำราบแกะดำวงการ และมีการวางแนวทางรับเรื่องร้องเรียนกรณีตัวแทนขายประกันชีวิตที่พฤติกรรมฉ้อฉลหรือฉ้อโกงลูกค้าหรือบริษัทประกันต้นสังกัดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นการให้ผู้เอาประกันที่เสียหายได้รวบรวมหลักฐาน: เอกสารการทำสัญญา, หลักฐานการโอนเงิน, ข้อความสนทนา พร้อมกับการแจ้งบริษัทประกันต้นสังกัด เพื่อติดต่อฝ่ายตรวจสอบวินัยตัวแทนของบริษัทประกันรายนั้นๆ โดยตรง หรือมีการแจ้ง คปภ. (สายด่วน 1186): หากบริษัทไม่มีการดำเนินการ สามารถร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อแจ้งความ/แจ้งเบาะแส: หากเป็นการทุจริตหรือทำผิดกฎหมายร้ายแรง หรือกระทั่ง1-2ปีนี้เองเพิ่งมีการผลักดันเข็นพ.ร.บ.ฉ้อฉลประกันภัยออกมาใช้เชือดตัวแทนนายหน้า หรือแม้แต่บริษัทประกัน รวมถึงบุคคลผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการฉ้อฉลทุจริตประกันภัย ยันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ระบาด โดยร่วมมือกับกองปราบปรามหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง แต่ทว่า กลับยังมีการกระทำฉ้อฉลหรือกระทำการฉ้อโกงบริษัทประกันต้นสังกัดเองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพวกมันนี่เกม ยันจัดฉาก สร้างหลักฐานเพื่อการอมค่าเบี้ยลูกค้าหรือฉ้อโกงไม่นำเบี้ยประกันลูกค้าส่งให้บริษัท ซึ่งพฤติกรรมเลวร้ายเหล่านี้ยังมีปรากฎให้เห็นอยู่

แม้สำนักงานคปภ.จะมีแนวคิดการแจกใบเหลือง/และใบแดงแก่ตัวแทนประกันชีวิต เพื่อมาตรการลงโทษทางวินัยและเชื่อว่าจะเป็นกระบวนการที่บริษัทหรือ คปภ. ดำเนินการได้อยู่หมัด เมื่อพบการกระทำผิดจรรยาบรรณหรือกฎหมาย เช่น การแจ้งข้อมูลเท็จ แย่งลูกค้า หรือทุจริตเบี้ยประกัน หากทำผิดซ้ำหรือร้ายแรงอาจส่งผลให้ใบอนุญาตถูกพักใช้ (ใบเหลือง) หรือถูกเพิกถอน (ใบแดง) และไม่สามารถทำมาหากินในอาชีพนี้ได้อีก แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังเป็นนโยบายรอค้างเติ่ง สำนักงานคปภ.ยังไม่ไฟเขียวออกประกาศเป็นกฎเหล็กใช้ลงดาบเสียที

หากแต่มีการร่วมมือวงการวิชาชีพตัวแทนนายหน้าประกันแบบเดิมๆ และใช้วิธีเดิมไนการปัดฝุ่นอบรมคนในวิชาชีพเพื่อป้องปรามให้ตัวแทนนายหน้าที่จะก้าวเข้ามาสู่อาชีพนี้อยู่ในร่องในรอยมากเสียกว่า ไม่ว่าจะเป็นยุคแรกเริ่มของคปภ.ที่ไฟเขียวผลักดันออกหลักสูตรขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ใบอนุญาต 1 ปี (LA 0) ที่หลักสูตรเริ่มแรกตัวแทนประกันชีวิตคือการอบรมขอรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตเป็นระยะเวลา6 ชั่วโมง ตามเกณฑ์ คปภ. ซึ่งครอบคลุมจรรยาบรรณ กฎหมายประกันภัย และผลิตภัณฑ์ เพื่อเตรียมสอบใบอนุญาต สามารถอบรมผ่าน TII สถาบันประกันภัยไทย หรือ สมาคมประกันชีวิตไทย โดยมีผลการอบรมอายุ 1 ปี

หรือหลักสูตรต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตครั้งที่ 1 ใบอนุญาต 1 ปี (LA 1)หลักสูตรต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตครั้งที่ 2 ใบอนุญาต 1 ปี (LA 2) และหลักสูตรต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตครั้งที่ 3 ใบอนุญาต 5 ปี ครั้งแรก (LA 3) จนถึงหลักสูตรต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตครั้งที่ 4

ทั่งนี้รายละเอียดสำคัญของหลักสูตรเริ่มแรกจะบรรจุเนื้อหาการอบรม: ครอบคลุมกฎหมายประกันชีวิต, จรรยาบรรณตัวแทน, ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบต่างๆ (ตลอดชีพ, สะสมทรัพย์, ชั่วระยะเวลา, บำนาญ, ควบการลงทุน) และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประกันภัยรูปแบบการอบรม: ปัจจุบันมีทั้งอบรมในสถานที่จริงและรูปแบบออนไลน์ (e-Learning/ZOOM) ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ส่วนการสอบต้องสอบผ่านเกณฑ์ความรู้จรรยาบรรณไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และความรู้ทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ในการสอบครั้งเดียวกัน ส่วนขั้นตอนหลังอบรม: นำผลการอบรมไปสมัครสอบที่ คปภ. หรือศูนย์สอบที่ได้รับการรับรอง เมื่อผ่านการสอบจึงจะสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตได้ โดยการอบรมนี้เป็นขั้นตอนบังคับสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพตัวแทนประกันชีวิตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จนวิวัฒนาการพัฒนาหลักสูตรครั้งล่าสุดหมาดๆเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569สำนักงาน คปภ. ได้จัดพิธีเปิดการศึกษาอบรม หลักสูตรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความเสี่ยงและวางแผนด้านการประกันภัย (Professional Risk and Insurance Management Expert Program : PRIME) รุ่นที่ 1 โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ.เป็นประธานในพิธีเปิด

เลขาธิการ คปภ. โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติขนาดใหญ่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบริหารความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และในบริบทเช่นนี้          ระบบประกันภัยจึงมีบทบาท “ถ้าประกันภัยคือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงของประเทศ คนกลางประกันภัยก็คือ Risk Advisor ของสังคม” เพราะบทบาทของคนกลางประกันภัยในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้เสนอขายกรมธรรม์ แต่คือผู้ที่ช่วยให้ประชาชนและ  ภาคธุรกิจสามารถเข้าใจ ประเมิน และบริหารความเสี่ยงของชีวิตและธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ซึ่งหลักสูตร PRIME เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. กับสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากร  ในอุตสาหกรรมประกันภัยให้ก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนประกันภัยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้สามารถตอบโจทย์ความท้าทายในโลกยุคใหม่

ทั้งยังสอดคล้องกับสำนักงาน คปภ. ได้ประกาศใช้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่5 (พ.ศ. 2569 - 2573) ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ ซึ่งมุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส ทันสมัย และสามารถรองรับความเสี่ยงของโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือ การสร้าง Insurance Community เพื่อพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของคนกลางประกันภัยให้เทียบเท่าระดับสากล

โดยหลักสูตรดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายหน่วยงานร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ อาทิ สำนักงาน คปภ. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เช่น เศรษฐกิจระหว่างประเทศ การบริหารความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ AI & Digital Transformation เป็นต้น

สำหรับการอบรมครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้พัฒนาความรู้และทักษะเชิงลึกในหลากหลายมิติของธุรกิจประกันภัย ครอบคลุมทั้งการประกันชีวิต การประกันวินาศภัย มาตรฐานการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยงทั้งในระดับบุคคลและองค์กร นวัตกรรมและเทคโนโลยี InsurTech การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย การคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนองค์ความรู้ด้านกฎหมาย การเงิน และการลงทุน ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพระดับสากล พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับการศึกษาอบรมในรุ่นแรก ได้คัดเลือกตัวแทนประกันชีวิตระดับผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับในด้านความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมจริยธรรม เข้ารับการศึกษาอบรมจำนวน 32 คน เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากรของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาหลักสูตร PRIME คือการสร้าง Professional Risk and Insurance Management Expert หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนประกันภัยที่สามารถให้คำปรึกษาแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพ โดยบุคลากรกลุ่มนี้จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของคนกลางประกันภัยไทย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมการอบรมรุ่นแรกจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย และร่วมกันขับเคลื่อนระบบประกันภัยของประเทศให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหาร  ความเสี่ยงของเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ก็คงจับตากันดู หลักสูตรใหม่นี้จะเพาะพันธ์ุตัวแทนนักขายบ้านเราให้เป็นนักขายพันธุ์ใหม่ที่มีสกิลช่ำชองด้านการบริหารความเสี่ยงภัยหรือครบเครื่องเรื่องประกันได้ดังฝันจริงหรือไม่