กรมการขนส่งทางบก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางบก ครบรอบ 85 ปี ภายใต้แนวคิด “ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข” พร้อมเปิดตัวโครงการ “EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์” ยกระดับความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรถ EV ในประเทศไทย โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายษฐา ขาวขำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายกฤชเทพ สิมลี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถ ร่วมงาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า ก้าวต่อไปของกรมการขนส่งทางบกต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเดินทาง ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน และรูปแบบการให้บริการ โดยต้องยกระดับบทบาทจากหน่วยงานที่ “กำกับดูแลรถ” ไปสู่การ “กำกับดูแลมาตรฐาน” ที่คุ้มครองความปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเตรียมระบบขนส่งทางถนนของไทยให้พร้อมสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สำหรับประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนรถ EV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษและปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน รวมทั้งรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่การส่งเสริม EV อย่างยั่งยืนไม่ควรวัดเพียงจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น ภาครัฐต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนด้วยว่า เมื่อมีรถ EV บนท้องถนนมากขึ้นประเทศไทยมีมาตรฐานและระบบรองรับด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งต่อตัวรถ ผู้ขับขี่ และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน
กระทรวงคมนาคมจึงมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกร่วมกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถ ดำเนินโครงการ “EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์” เปิดโอกาสให้ประชาชนนำรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าล้วน (BEV) รถไฮบริด (HEV) และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เข้ารับการตรวจเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมการตรวจความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า การตรวจด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา (OBD) และการตรวจสอบทางกายภาพพร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษารถให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 85 ปี กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินภารกิจเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ และมีความปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ซึ่งในปีนี้กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นขับเคลื่อนพลังแห่งความปลอดภัยผ่านแนวคิด "4 ให้" คือ “ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข” โดยมีผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) 6 ด้านสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางบกของประเทศไทยให้ก้าวสู่สากล ได้แก่
1. การส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้านการขนส่งทางบก : DLT พร้อมซัพพอร์ต/ซัพพอร์ต พลัส, โครงการ Govt TOP-UP, โครงการ Taxi ดีพร้อม, ไทยช่วยไทย พลัส, ลดความถี่การตรวจสภาพรถแท็กซี่อายุ 7-9 ปี จาก 3 ครั้ง เหลือ 2 ครั้งต่อปี, ลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง ทั้งมาตรการ Q Mark Q Cold Chain และการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
2. การสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน การกำหนดรูปแบบและหมวดอักษรแผ่นป้ายทะเบียนใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นพื้นสีฟ้า และมีสัญลักษณ์ ชัดเจนโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถแยกแยะรถ EV ได้อย่างชัดเจน และการผลักดันมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ลง 80% เป็นระยะเวลา 3 ปี
3. มาตรการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน การยกระดับคนและรถเพิ่มหลักสูตรอบรมการคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception Training) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และกำหนดมาตรฐานการชนด้านหน้าและด้านข้างของรถยนต์ (ตามมาตรฐาน UN R94 และ R95) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 2571 และการดำเนินมาตรการเชิงรุก บังคับให้รถกระบะยกเท (รถดัมพ์) ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนในห้องผู้ขับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุลืมลดกระบะจนชนสะพาน พร้อมยกระดับจุดตรวจ Checking Point 28 แห่ง ให้เป็นสถานีถาวรโดยดึงเอกชนร่วมลงทุน รวมถึงการ แก้ไขวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุน กปถ. เพื่อให้อุดหนุนรถสาธารณะและรถโรงเรียนได้โดยตรง
4. การยกระดับรถโรงเรียนมาตรฐานสากล ดำเนินการจัดประชุมบูรณาการ "Roadmap to School Bus Safety" ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. การกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ร่วมมือ 8 แอปพลิเคชันให้บริการรถรับจ้าง เพื่อยกระดับขับรถให้มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ โดยตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป จะห้ามรับผู้ขับรถรายใหม่ที่ไม่มีใบอนุญาตฯ และแอปฯ ต้องระงับการจ่ายงานแก่ผู้ที่ทำผิดกฎระเบียบ
6. การต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ ดำเนินการเชื่อมโยงระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรผ่านระบบ Linkage Center กับกรมราชทัณฑ์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยลดระยะเวลาออกใบอนุญาต และพัฒนาระบบต่ออายุใบอนุญาตขับรถออนไลน์ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" สำหรับผู้มีอายุไม่เกิน 55 ปี (ขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี) พร้อมยกเว้นการทดสอบปฏิกิริยา รวมถึงผลักดันระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ด้วยรถบรรทุก (DLT E-Transport License) เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และลดการใช้กระดาษอย่างเต็มรูปแบบ (Paperless 100%) โดยในปีนี้ มุ่งมั่นขับเคลื่อนพลังแห่งความปลอดภัยผ่านแนวคิด "4 ให้" คือ “ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข”
ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อการลดมลพิษในอากาศ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยในปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมให้เกิดการใช้รถไฟฟ้าอย่างแพร่หลายจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพ และความปลอดภัยของรถตลอดการใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ กรมการขนส่งทางบกจึงได้ร่วมมือกับผู้ผลิตและจำหน่ายรถ จัดทำโครงการ “EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถไฟฟ้า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำรถไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าล้วน รถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริด เข้ารับการตรวจโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยครอบคลุมการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูง และระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา (OBD) และการตรวจสอบทางกายภาพ เพื่อประเมินความพร้อมของรถ พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษารถ เพื่อให้สามารถใช้งานรถได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกจะร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนามาตรฐานการตรวจสภาพรถไฟฟ้า พัฒนาองค์ความรู้และระบบข้อมูลด้านความปลอดภัย ตลอดจนจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลในการใช้งานรถไฟฟ้าอย่างปลอดภัยเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน และเชื่อมั่นว่า โครงการ “EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์”จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถไฟฟ้า ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ปลอดภัย และยั่งยืนต่อไป








