ยานยนต์

กรมขนส่งฯ หารือผปก.ขนส่ง ยกระดับพัฒนากำหนดชั่วโมงการขับรถ สอดคล้องกับบริบทศก.-สังคม เพิ่มความปลอดภัย

แชร์ข่าว

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นางสาวนงลักษณ์ วาทหงษ์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย นายกสมาคมส่งสินค้านำเข้าและส่งออก รวมทั้งสมาคมผู้ประกอบการขนส่งทั่วไทย สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการรถเครน สมาคมรถบรรทุกภาคตะวันตก สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน สมาคมขนส่งแหลมฉบังชลบุรี สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกำหนดชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางร่วมกัน ในการพัฒนากฎระเบียบ และการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคม โดยกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งได้สะท้อนปัญหาและข้อจำกัดในการปฏิบัติตามกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่ ความไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ยังมีไม่เพียงพอโดยเฉพาะในเส้นทางรอง ทำให้ไม่สามารถจอดพักได้ตามกำหนดเวลา ประกอบกับ ความกังวลด้านความปลอดภัยและสภาพกายภาพของถนน หากต้องหยุดรถทันทีเมื่อครบ 4 ชั่วโมงในจุดเสี่ยง เช่น บนทางด่วน ทางลาดชัน หรือพื้นที่เปลี่ยวที่ไม่มีไหล่ทาง นอกจากนี้ ยังพบปัญหา การขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึง ปัญหาสภาพการจราจรที่ติดขัดในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ตลอดจนการกำหนดเวลาห้ามวิ่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารเวลาเดินรถ โดยเสนอให้พิจารณาทบทวนมาตรการจำกัดชั่วโมงการทำงาน เพื่อกำหนดนิยามทางกฎหมายที่แยกแยะให้ชัดเจนระหว่าง "ชั่วโมงการขับขี่" (Driving Hours) และ "ชั่วโมงการทำงาน" (Working Hours/On Duty) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและสภาพความเป็นจริงของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางถนนของประเทศไทย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า การดำเนินตามมาตรการกำหนดชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถ ระบุว่าพนักงานขับรถสามารถขับรถติดต่อกันไม่เกิน 4 ชั่วโมง และต้องพักผ่อนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที จึงจะสามารถขับรถต่อไปได้อีกไม่เกิน 4 ชั่วโมงติดต่อกัน และเมื่อรวมระยะเวลาขับรถทั้งหมดในหนึ่งวันต้องไม่เกิน 10 ชั่วโมง เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และสอดคล้องกับหลักสากล โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุดในการลดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตบนท้องถนน โดยเฉพาะสาเหตุที่เกิดจากความเหนื่อยล้าและการหลับในของผู้ขับขี่ ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป จะพบว่ากฎหมายของประเทศไทยมีความยืดหยุ่นกว่าพอสมควร โดยในยุโรปกำหนดชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 - 9 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ในขณะที่กฎหมายไทยอนุญาตให้ขับรถได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ที่คำนึงถึงความเหมาะสมในบริบทของประเทศไทยในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งจากการเริ่มดำเนินมาตรการกำกับดูแลเวลาการขับรถให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างจริงจังในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่ผ่านมา พบดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่น่าพอใจ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 สถิติอุบัติเหตุที่เกิดจากรถขนส่งและรถสาธารณะลดลงมากกว่าร้อยละ 30 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการควบคุมชั่วโมงการทำงานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ดี แม้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อภาพรวมความปลอดภัย แต่กรมการขนส่งทางบกเข้าใจถึงข้อจำกัดในการปฏิบัติงานจริง จึงได้มอบนโยบายการบังคับใช้กฎหมายโดยเน้นการตักเตือน สร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจ หากผู้ขับขี่หรือผู้ประกอบการมีเหตุผลความจำเป็น เช่น สภาพการจราจรติดขัด หรือไม่มีจุดจอดพักรถ เป็นต้น เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และการพักผ่อนให้เหมาะสมเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การลงโทษตามกฎหมายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ มีการตรวจสอบพบการกระทำความผิดซ้ำซากโดยไม่มีเหตุผลความจำเป็นอันสมควรเท่านั้น

อย่างไรก็ตามจากการหารือร่วมกับสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการในวันนี้ กรมการขนส่งทางบกได้รับทราบถึงปัญหาและข้อจำกัดในทางปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเรื่องสภาพการจราจรที่ติดขัด รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน จุดพักรถ (Rest Area) ที่ยังมีไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถหยุดพักหรือจบงานได้ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเน้นย้ำว่า กรมการขนส่งทางบกพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาพันธ์การขนส่งทางบก ซึ่งได้มีข้อเรียกร้องขอให้มีการขยายระยะเวลาการทำงานต่อวันจาก 10 ชั่วโมงเป็น 12 ชั่วโมง โดยที่ประชุมได้รับทราบและเห็นชอบว่าจะได้ดำเนินการไปศึกษาข้อมูลร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อที่จะนำไปสู่การเจรจาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายระยะเวลา ทั้งนี้ สำหรับการหารือในครั้งนี้ได้เน้นไปที่ภาคการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเพื่อให้การแก้ปัญหาครอบคลุมทุกมิติ ในสัปดาห์หน้า กรมการขนส่งทางบกจะทำการนัดหมายประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางออกในทิศทางเดียวกันต่อไป

ข่าวแนะนำ