วันที่ 6 มกราคม 2569 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถจำนวน 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง และจุด Rest Area 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 219 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าเทศกาลปีใหม่ในปีนี้จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนออกเดินทาง ตามแบบ Checklist เช่น การมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตามประเภทใบอนุญาตขับรถและไม่หมดอายุ ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย และการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบ GPS และมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และขอให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ สำหรับผลการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 ดำเนินการตรวจรถโดยสารสาธารณะ จำนวนทั้งสิ้น 174,391 คัน พบรถบกพร่องจำนวน 97 คัน โดยได้ดำเนินการสั่งเปลี่ยนรถทันที จำนวน 1 คัน และดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการให้แก้ไขข้อบกพร่อง/เปรียบเทียบปรับ จำนวน 96 คัน สำหรับการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถ จำนวนทั้งสิ้น 174,391 ราย ไม่พบพนักงานขับรถบกพร่อง
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนผลการดำเนินการติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ด้วยระบบ GPS Tracking ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS จำนวน 545,032 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 2,033 คัน ผลตรวจสอบการใช้ความเร็วรถโดยสารและรถบรรทุก ด้วยกล้องเลเซอร์ บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ จำนวน 20,503 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 150 คัน กรมการขนส่งทางบกจะประสานผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำกับการใช้ความเร็ว ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะผ่านศูนย์ 1584 ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว จำนวน 530 เรื่อง โดยเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ขับรถประมาท/น่าหวาดเสียว, สภาพรถไม่มั่นคงแข็งแรง/ดัดแปลงตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วนถูกต้อง และไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถ กรมการขนส่งทางบกจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ สามารถแจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายสรพงศ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากการคุมเข้มรถโดยสารสาธารณะแล้ว กรมการขนส่งทางบกขอขอบคุณสมาคมขนส่งสินค้า ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุก และองค์กรภาคเอกชน ที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ “หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและงดการใช้รถเที่ยวเปล่า” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ตามที่กรมฯ ได้ขอความร่วมมือ ซึ่งจากการติดตามสถิติการใช้รถบรรทุกผ่านระบบ GPS Tracking พบว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเยี่ยม โดยปริมาณการใช้รถบรรทุกไม่ประจำทางและรถบรรทุกส่วนบุคคล ปรับตัวลดลงจากช่วงปกติที่มีรถวิ่งกว่า 200,000 คัน เหลือเพียงประมาณ 25,000 คัน ซึ่งเป็นสถิติต่ำที่สุดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (31 ธ.ค. 68 – 1 ม.ค. 69) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของผู้ประกอบการขนส่งที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดปัญหาการจราจรหนาแน่นและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา








