ประชุม "ครม.ศก." นัดแรก! “เอกนิติ” เผยเห็นชอบมาตรการฟื้นท่องเที่ยว-เร่งใช้งบเบิกจ่ายค้างกว่า 3 แสนล. ให้เสร็จQ2/69

เศรษฐกิจ15 ต.ค. 2568 • 14:38 น.
ประชุม "ครม.ศก." นัดแรก! “เอกนิติ” เผยเห็นชอบมาตรการฟื้นท่องเที่ยว-เร่งใช้งบเบิกจ่ายค้างกว่า 3 แสนล. ให้เสร็จQ2/69

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรกว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการฟื้นท่องเที่ยว ได้แก่ ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวสำหรับประชาชน 20,000 บาท ระหว่าง 29 ต.ค.–15 ธ.ค. 2568 และถ้าเที่ยว “เมืองรอง” หักได้ 1.5 เท่า เช่น หากไปใช้จ่ายเมืองรอง 10,000 บาท สามารถมาหักลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เม็ดเงินกระจายไปยังเมืองรอง โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้รับทราบต่อไป

นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อจากประชาชน ได้มีข้อเสนอจากภาคเอกชนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่เสนอว่านิติบุคคลสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากบริษัทใหญ่ ๆ ที่พาคนไปเที่ยวเมืองนอกจะได้หันกลับมาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งเป็นข้อเสนออยากให้นิติบุคคลพาคนในบริษัทไปเที่ยวได้ด้วย ดังนั้นจะพิจารณาว่าจะหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใด ก็ถือว่าเป็นข้อเสนอใหม่จากภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐยังมีมาตรการกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน

“ภาครัฐมีงบประมาณอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณใหม่ โดยในส่วนของหน่วยงานราชการมีอยู่ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท รัฐวิสาหกิจมีประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบที่ตั้งไว้สำหรับอบรมสัมมนา ซึ่งปกติจะจัดอบรมสัมมนาในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ คือ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน แต่ยอดการท่องเที่ยวกำลังทรุดตัว ตัวเลขล่าสุดการท่องเที่ยว 8 เดือนที่ผ่านมา ใช้จ่ายในประเทศติดลบถึงร้อยละ 8 ดังนั้น จะต้องมีการฟื้นเศรษฐกิจไทย ฟื้นการท่องเที่ยวไทย จึงมีนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุน ในลักษณะ Front -Loaded จากปกติจะใช้จ่ายในไตรมาสที่ 3 หรือไตรมาสที่ 4 ก็ให้มา Front -Loaded เบิกจ่ายงบประมาณตามกรอบเดิมต้องเบิกจ่ายให้ได้ภายในเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 60 ของงบฝึกอบรมสัมมนา ซึ่งตรงนี้จะเป็นการกระตุ้นดีมานด์ได้เป็นอย่างดี”

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ส่วนแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ได้กระตุ้นระยะสั้นไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายใช้สอย เรื่องนี้ยังหวังผลในระยะยาวด้วย เนื่องจากรัฐบาลจะมีมาตรการให้โรงแรม หรือที่พักในเมืองรองที่ต้องการปรับปรุงโรงแรมให้น่าอยู่และดึงดูดนักท่องเที่ยว ดังนั้นโรงแรมในเมืองรองต่างๆ จะได้ค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ถึง 2 เท่า เพื่อนำมาลงทุนพัฒนาโรงแรม ขณะเดียวกันยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ว่าไม่ใช่แค่การปรับปรุงโรงแรมอย่างเดียว อยากให้เกิดความยั่งยืนด้วย เช่น การติดโซล่าร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายโรงแรม และความยั่งยืนสีเขียวในระยะยาว เพื่อให้แต่ละโรงแรมมีขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ประชุมยังพิจารณาเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณใหม่ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งปีที่ผ่านมา อธิบดีกรมบัญชีกลางได้รายงานว่า ผลการเบิกจ่ายปีงบประมาณ 2568 ปรากฏว่ามีงบเบิกจ่ายที่เบิกไม่หมด และขอกันเหลื่อมปีสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 300,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมีการเบิกช้ากว่าปกติ เช่น ปกติงบลงทุนเบิกได้ถึงกว่าร้อยละ 70 แต่ปีที่แล้วเบิกได้เพียงร้อยละ 60 เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าประสิทธิภาพการเบิกจ่ายปีที่แล้วไม่ดี แต่ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีเหลื่อมมาใช้ในปีนี้ ก็จะทำให้มีเงินเหลือจากปีที่แล้วมาใช้ในปีงบประมาณ2569 นี้

ดังนั้นจะเร่งประสิทธิภาพการเบิกจ่าย โดยกำหนดว่าใครที่ของบประมาณเหลื่อมจ่ายเข้ามา และมีทีโออาร์เรียบร้อย ต้องให้เบิกจ่ายให้เสร็จภายในไตรมาส 2 ของปี 2569 นี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่วยเอาเงินเก่าที่ไม่มีประสิทธิภาพมาฟื้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันงบปี 2569 ของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจมีจำนวนมาก ซึ่งงบประมาณของหน่วยงานที่อนุมัติไปแล้วมีถึง 3.78 ล้านล้านบาท จึงมีการตั้งเป้าและกำหนดการเบิกจ่ายเป็นตัวชี้วัด หรือ KPI ให้หัวหน้าหน่วยราชการ ปีนี้จะต้องเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 93 ของทั้งปีงบประมาณ และงบลงทุนที่เป็นตัวสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจระยะยาว ต้องเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75

 “ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ พูดคุยถึงแผนงานการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีให้กรอบการทำงานไปแล้ว โดยทุกคนต้องมี Quick Big Win เนื่องจากมีเวลาจำกัด เพราะจะมีการประกาศยุบสภาในเดือนมกราคม เมื่อมีเวลาจำกัดก็จะมีแผนออกมาทุกเดือน โดยจะให้กระทรวงเศรษฐกิจที่มีนโยบาย Quick Big Win โดยจะต้องให้ทำสั้น ได้ผลยาว และกระจายตัวให้ทั่วถึง และจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในทุกวันจันทร์ เพื่อนำผลการประชุมเสนอในการพิจารณาครม.ในวันอังคารได้ทัน” นายเอกนิติ กล่าว