เดือด! "5 นักวิชาการ" แถลงโต้ ป.ป.ช. ปมคดีงบ 3.5 หมื่นล้าน! ชี้ "ครม.-กรรมาธิการ" ต้องรับผิดชอบร่วมกัน!

อาชญากรรม4 พ.ย. 2568 • 14:06 น.
เดือด! "5 นักวิชาการ" แถลงโต้ ป.ป.ช. ปมคดีงบ 3.5 หมื่นล้าน! ชี้ "ครม.-กรรมาธิการ" ต้องรับผิดชอบร่วมกัน!

คณะผู้ร้องแถลงโต้ ป.ป.ช. ชี้คำวินิจฉัยปมแปรญัตติงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาทไปยังโครงการ DW 10,000 บาท ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 88 เรียกร้องให้ดำเนินคดีทั้งคณะรัฐมนตรีและกรรมาธิการที่เห็นชอบ

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์, พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป, นายสมชาย แสวงการ, อ.เจษฎ์ โทณะวณิก และนายนิติธร ล้ำเหลือ ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำวินิจฉัยกรณีที่ทั้ง 5 คนได้ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144

คณะผู้ร้องระบุว่า คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ชี้ว่ามีความผิดเกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะ นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะผู้อนุมัติการแปรญัตติต่อกรรมาธิการของรัฐสภา งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อปรับลดงบประมาณจำนวน 35,000 ล้านบาท ไปใช้ผิดประเภท ซึ่งอาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มาตรา 172 โดย ป.ป.ช. กลับอ้างว่ากรรมาธิการ ส.ส. และ ส.ว. ไม่มีความผิดเนื่องจากไม่ใช่ผู้กระทำการแปรญัตติเอง

คณะผู้ร้องมีความเห็นด้วยเพียงบางส่วน เนื่องจากเห็นว่าเมื่อ ป.ป.ช. จะดำเนินการกับ ครม. และนายเศรษฐา ทวีสิน ในความผิดตามมาตรา 157 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 172 แล้ว ย่อมต้องดำเนินการนำผู้กระทำความผิดในข้อหาเดียวกันมาลงโทษและเรียกเก็บเงินจำนวน 35,000 ล้านบาท ชดใช้คืนแก่แผ่นดินด้วย เนื่องจาก ครม. ไม่สามารถกระทำการขอแปรญัตติตัดทอนหรือปรับลดงบประมาณที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และกฎหมายอื่น ๆ ได้โดยลำพัง แต่การแปรญัตติดังกล่าวจะสำเร็จเป็นผลได้ ต้องอาศัยองค์ประกอบคือ กรรมาธิการเห็นชอบ และ ส.ส. เสียงส่วนใหญ่ รวมถึง ส.ว. ต้องเห็นชอบ จึงจะทำให้การแปรญัตติมีผล

การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้เงินงบประมาณจาก 5 ธนาคาร ซึ่งเดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้หนี้และดอกเบี้ยตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ถูกโยกไปอยู่ในหมวดงบกลาง เพื่อนำไปใช้ในโครงการ Digital Wallet (DW) 10,000 บาท เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพรรค คณะผู้ร้องจึงขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ดำเนินการฐานเป็นผู้สนับสนุนให้คณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน กระทำผิดกฎหมายตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด โดยต้องดำเนินคดีกับคณะกรรมาธิการ ส.ส. และ ส.ว. ที่เห็นชอบด้วย จึงจะถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ข้อพิจารณาให้ ป.ป.ช. ทบทวนคำวินิจฉัย

การตีความมาตรา 144 และมาตรา 88 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช.: คณะผู้ร้องโต้แย้งกรณีที่ ป.ป.ช. กล่าวอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่าจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตรา พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี และยังไม่ประกาศใช้เท่านั้น คณะผู้ร้องมองว่านี่คือการตีความที่ทำลายความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่บัญญัติไว้ 6 วรรค

วรรค 1-3 เป็นเรื่องที่ ส.ส. หรือ ส.ว. สามารถเข้าชื่อกัน 1 ใน 10 ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปทำโครงการใหม่และทุจริต โดยเฉพาะการที่ฝ่ายตรวจสอบ (ส.ส./ส.ว./กรรมาธิการ) ไม่ควรมีหน้าที่ในการดำเนินงานใช้งบประมาณ

พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 88 บัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อให้ ป.ป.ช. มีอำนาจรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน หลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณแล้ว ถ้ามีมูลให้รีบดำเนินการโดยพลันทางลับและส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยลงโทษ โดยมีอายุความเรียกค่าเสียหายคืนแผ่นดิน 20 ปี คณะผู้ร้องระบุว่า การที่ ป.ป.ช. อ้างเหตุว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่พิจารณา พ.ร.บ. ที่ประกาศใช้แล้ว เท่ากับเป็นการตีความที่ทำให้ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 88 ที่ตราขึ้นมาเพื่อให้อำนาจ ป.ป.ช. โดยเฉพาะ เป็นอันเสียไปโดยสิ้นเชิง

ข้อเรียกร้องตามกฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วมปราบปรามการทุจริตอำนาจของ ป.ป.ช. เหนือรัฐธรรมนูญ มาตรา 144: คณะผู้ร้องขอให้ ป.ป.ช. ชี้แจงว่าใช้กฎหมายใดในการลบล้างอำนาจตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 88 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจ ป.ป.ช. ในการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสินถูกหรือผิด และต้องเรียกร้องเงินที่ทำความเสียหายแก่แผ่นดินคืนภายใน 20 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสี่ถึงวรรคหก

ความผิดฐานเดียวกัน: คณะผู้ร้องเน้นว่า การที่ ป.ป.ช. ยกคำร้องว่าไม่ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 แต่กลับชี้ว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 172 นั้น เป็นการพิจารณาความผิดที่แยกจากกันไม่ได้

คำตอบจาก ป.ป.ช.: คณะผู้ร้องขอให้ ป.ป.ช. ตอบข้อความว่าใช้กฎหมายใดในการยกคำร้องว่าไม่ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และขอให้ ป.ป.ช. ตอบกลับภายใน 15 วัน เพื่อให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถยื่นคำร้องให้ความปรากฏแก่ ป.ป.ช. ในการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้

การไต่สวนผู้สนับสนุน: คณะผู้ร้องเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561 หมวด 3 โดยถือว่าคณะกรรมาธิการ ส.ส. และ ส.ว. เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดทั้งหมด รวมทั้งผู้อนุมัติโครงการให้นำเงินไปแจกโครงการ DW โดยมิชอบตามที่ ป.ป.ช. มีมติชี้ว่ามีมูลความผิด

แท็กที่เกี่ยวข้อง