เมื่อวันที่ 12 พ.ย.68 มีรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงต่อสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอังคาร (11 พ.ย.68) เพื่อแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศเพื่อนบ้านรักษาความสงบและกลับไปปฏิบัติตาม ปฏิญญาสันติภาพร่วม (Joint Declaration) ที่เคยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมเป็นสักขีพยาน
ท่าทีของสหรัฐฯ มีขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาฯ ดังกล่าว โดยฝ่ายไทยได้กล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายลอบวางกับระเบิดชุดใหม่ตามแนวชายแดน ทำให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลของไทย
อย่างไรก็ตาม ทางด้านกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมทั้งแนะนำให้ฝ่ายไทยใช้ความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนในพื้นที่อันตรายที่ยังมีกับระเบิดเก่าจากสมัยสงครามกลางเมืองหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ยังยืนยันว่า กัมพูชายังคงต้องการทำงานร่วมกับไทย ภายใต้กรอบข้อตกลงเดิมที่ได้ลงนามไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
สถานการณ์ชายแดนยิ่งทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมระงับการปฏิบัติตามข้อตกลง 4 ข้อในปฏิญญาฯ กับกัมพูชาอย่างไม่มีกำหนด โดยได้ประกาศอย่างชัดเจนและกร้าวว่า "สิ่งที่ไทยและกัมพูชาได้เคยมีข้อตกลงกันไว้ เพื่อจะเดินไปสู่การมีสันติภาพนั้น มันได้จบลงแล้ว"
นายอนุทินกล่าวเน้นย้ำว่า "เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ณ ขณะนี้ 4 ข้อในปฏิญญา ประเทศไทยไม่ปฏิบัติแล้ว และจะกำหนดการดำเนินการของตัวเอง โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนข้อกำหนดต่าง ๆ และการดำเนินการของกองทัพอย่างเต็มที่"
#สหรัฐฯ #ชายแดนไทยกัมพูชา #ปฏิญญาสันติภาพ #อนุทิน #ทรัมป์ #ระงับข้อตกลง #ทหารเหยียบระเบิด #การเมืองระหว่างประเทศ #SEO #ไทยกัมพูชา








