ในโลกการค้าปลีก ไม่มีเทศกาลไหนที่จะสร้างความตื่นเต้นและเงินสะพัดได้เท่ากับ "แบล็กฟรายเดย์" (Black Friday) โดยจะนับวันศุกร์ หลังวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่สี่ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปีในสหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ปลุกวิญญาณนักช้อปให้ตื่นขึ้นมาชิงดีลเด็ดกันอย่างดุเดือด
- ย้อนรอยตำนาน "วันศุกร์ที่มืดหม่น" สู่สวรรค์นักช้อป
คำว่า Black Friday เดิมทีไม่ได้มีความหมายสวยหรูอย่างที่คิด เพราะครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1869 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ในวันถัดจากวันขอบคุณพระเจ้า ประชาชนต่างพากันออกมาช้อปปิ้งกันอย่างบ้าคลั่ง จนรถติดไปทั่ว ตำรวจจึงต้องมาดูแลความวุ่นวายในวันนี้ เลยมีคำเรียกเล่นๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็น “วันศุกร์ที่มืดหม่น” สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ไปใช้มาจนกลายเป็นคำเรียกติดปากกันในที่สุด
แต่ความคิดที่ว่า “Black Friday” เป็นวันที่มืดหม่นนั้นไม่ได้ทำให้ผู้ค้าปลีกรายหนึ่งที่ชื่อว่า “Philly” รู้สึกไม่ดีตามไปด้วย เขาจึงได้เปลี่ยนสิ่งลบให้กลายเป็นสิ่งดีๆ ด้วยการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ในปี 1980 ให้ วัน Black Friday มีความหมายว่าเป็นวันสำหรับการซื้อขายสินค้ารายใหญ่ระดับประเทศ
โดยความหมายที่เป็นบวกและถูกนำมาใช้ในวงกว้างจนถึงทุกวันนี้ คือ การเปลี่ยนสถานะของธุรกิจค้าปลีกจาก "ขาดทุน" (ตัวเลขสีแดง) เป็น "กำไร" (ตัวเลขสีดำ) ในบัญชี นั่นเอง โดยวัน Black Friday นี้ถือเป็น จุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของเทศกาลช้อปปิ้งในช่วงวันหยุดยาวคริสต์มาส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการกระตุ้นยอดขายปลายปีมาโดยตลอด
- Black Friday ในยุคดิจิทัล : จากคลื่นมนุษย์สู่ยอดคลิกหมื่นล้าน
ในอดีต ภาพที่เราคุ้นตาคือฝูงชนที่ต่อแถวยาวเหยียดถึงขั้นตั้งแคมป์ข้ามคืนหน้าห้างเพื่อแย่งชิงสินค้าราคาพิเศษ แต่โลกก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน การช้อปปิ้งออนไลน์ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก จากข้อมูลในปลายปี 2019 ยอดช้อปออนไลน์พุ่งสูงถึง 17.1% ของยอดค้าปลีกรวมในไตรมาสที่ 4 ซึ่งถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่า Black Friday ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าร้านอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันที่ดุเดือดทำให้เทศกาลนี้ไม่ได้จบลงภายใน 24 ชั่วโมง แต่ดีลส่วนลดเริ่มมาตั้งแต่ช่วงหลังวันฮาโลวีน และขยายต่อไปจนถึงวันจันทร์ถัดไปที่เรียกว่า Cyber Monday ซึ่งเน้นการลดราคาสำหรับสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะ โดยข้อมูลปี 2023 ชี้ให้เห็นว่า ยอดการใช้จ่ายใน Cyber Monday นั้นพุ่งแซงหน้า Black Friday ไปแล้ว! แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของโลกออนไลน์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
- การวิเคราะห์เชิงลึก: Black Friday บอกอะไรเรา?
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ Black Friday ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดราคา แต่ยังเป็น ตัวชี้วัดสำคัญทางเศรษฐกิจ ที่สะท้อนถึงความสามารถในการใช้จ่ายและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแต่ละปี เมื่อผู้คนกล้าที่จะจับจ่าย แสดงว่าเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวหรืออยู่ในเกณฑ์ดี
นอกจากนี้ การมาถึงของ Black Friday ยังเป็นสัญญาณว่า ฤดูกาลช้อปปิ้งช่วงวันหยุดยาว ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แม้ว่าดีลส่วนลดจะยืดเยื้อออกไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ยังคงโหมกระแสและรักษาวันนี้ไว้ เพราะเป็นวันที่มีผลทางจิตวิทยาและดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้มากที่สุด
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักช้อปตัวยงที่เตรียมกดสินค้าในตะกร้า หรือเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจนี้ Black Friday ก็ยังคงเป็นเทศกาลลดราคาสะท้านโลก ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น การแข่งขัน และการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปีอย่างปฏิเสธไม่ได้
#เทศกาลแบล็กฟรายเดย์ #BlackFriday #แบล็กฟรายเดย์ #มหกรรมช้อปปิ้ง #ช้อปปิ้ง








