วาระสำคัญที่ “พรรคร่วมรัฐบาล” ต้องออกแรง ร่วมกันผลักดันก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 10 เม.ย.68 คือการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ภายหลังจากที่ ผ่านความเห็นชอบจากครม.ไปเรียบร้อยแล้ว

            ร่างกฎหมายฉบับนี้  แม้ก่อนหน้าอาจจะเกิดคลื่นลม เข้ากดดันอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะสืบเนื่องมาจากความไม่ลงรอยกันทางการเมือง ภายใน “พรรคร่วมรัฐบาล” ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้การพิจารณาของครม. มีอันต้องเจอกับการเลื่อนไปแล้ว

            แต่เมื่อเสร็จศึกซักฟอก เสียงโหวตสนับสนุน ให้ “นายกฯอิ๊งค” แพทองธาร ชินวัตร ได้ไปต่อด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 319 เสียง เท่ากับว่า พรรคเพื่อไทย มั่นใจแล้วว่า “เสถียรภาพ” ของรัฐบาลนั้นมีความเหนียวแน่นมากพอ ดังนั้นสัญญาณการผลักดันร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงถูกพูดถึงและจับตาทันทีที่ คะแนนโหวตไว้วางใจของนายกฯแพทองธาร ปรากฏขึ้นว่า “ท่วมท้น”

            นอกจากนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เองยังได้ให้ความมั่นใจต่อนายกฯและพรรคเพื่อไทย โดยเชื่อไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมครม.ไปแล้วเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา

            “ ในส่วนของร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการแก้ไขตามความเห็นของหน่วยราชการ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความเห็นไปแล้ว เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นเอกสิทธิ์ของสส. แต่โดยหลักแล้ว เมื่อผ่านความเห็นชอบวาระแรก จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาแล้วไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ” (30 มี.ค.68)

            ขณะที่ “วิสุทธิ์ ไชณยรุณ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล  ระบุว่า วิปรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจกับวิปรัฐบาลก่อน จากนั้นประมาณวันที่ 3 เม.ย. จะขอสภาฯบรรจุในระเบียบวาระวันที่ 9 เม.ย. นี้ซึ่งมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร

            อย่างไรก็ดี การผลักดัน ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวถือเป็นผลงานที่พรรคเพื่อไทยกำลังเดินเครื่อง ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า “ แรงหนุน” จากพรรคร่วมรัฐบาล ณ วันนี้ที่พวกเขายังกอดคอ อยู่ด้วยกัน คงไม่มีใครออกมาขวาง !

            ///////////////

                ข่าว1

                -ถกผลกระทบ โต้ดัน “ร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ” เข้าก่อน-สว.ไว้อาลัย “ผู้เสียชีวิต”

                “รัฐบาล” ชงยื่นญัตติ “แผ่นดินไหว”  สัปดาห์นี้

                กทม.-เมื่อวันที่ 31 มี.ค.68 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชณยรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาฯในช่วง 2 สัปดาห์ที่เหลือนี้จะมีการกำชับสส.ให้เข้าร่วมประชุมอย่างไร เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาว่า  เรื่องแผ่นดินไหวที่หลายคนเห็นเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งรัฐบาลรวมถึงพรรคเพื่อไทย ก็เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ที่มีคนบอกว่าตนจะนำเรื่องแผ่นดินไหวมาพิจารณาหลังเรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นั้นไม่เป็นความจริง          ดังนั้นวันที่ 2-3 เม.ย. รัฐบาล ก็จะเสนอเป็นญัตติด่วน เพื่อให้สภาฯ ได้พิจารณาเรื่องนี้ว่าผลกระทบของแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา มีแรงสั่นสะเทือนมาถึงประเทศไทยนั้นมีผลกระทบอย่างไร และในอนาคตจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ซึ่งไม่ต้องรอจนถึงวันที่ 9 เม.ย.

            “ขอยืนยันว่าจะพิจารณากันภายในอาทิตย์นี้ เพราะมีการเตรียมการไว้แล้ว ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีความคิดเห็นตรงกัน ซึ่งถือว่าเป็นญัตติด่วนที่จะนำมาศึกษา ในสภาผู้แทนราษฎร” นายวิสุทธิ์ กล่าว

            ในวันเดียวกันในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เป็นประธานการประชุมได้แจ้งถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาและรับรู้ได้ถึงประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย โดยในนามของสว.ขอส่งความห่วงใยถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบและแสดงวามเสียใจสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้สว.ร่วมยืนไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต 1 นาที

              นายบุญส่ง แจ้งด้วยว่า หลังจากเกิดสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อ 28 มี.ค. ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้นำทีมวิศวกรจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบพื้นที่เมื่อ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา และผลการตรวจสอบยืนยันมั่นคงแข็งแรงปลอดภัย และเปิดทำการได้ตามปกติ และเมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นำสว. ผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภา ซักซ้อมแผนอพยพ เพื่อความปลอดภัย และนำอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย คือ หมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง  นกหวีด เพื่อเตรียมความพร้อม

             ขณะที่ นายนพดล อินนา สว. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา และร่วมตรวจสอบอาคารรัฐสภาด้วย ได้รายงานถึงการร่วมตรวจพื้นที่อาคารวุฒิสภา ซึ่งได้สวมหมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง ประกอบการอภิปรายด้วย ว่า ในวันเกิดเหตุการณ์ตนอยู่ที่อาคารรัฐสภาและเตรียมประชุมกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ที่ชั้น4 ฝั่งตึกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพบมีการสั่นไหว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเวียนหัวเหมือนจะเป็นลม แต่ตนในฐานะวิศวกร รู้สึกเร็วและแจ้งว่าไม่ใช่อาการเวียนหัว จึงบอกว่าแผ่นดินไหว และให้เจ้าหน้าที่วิ่งตามตนออกจากพื้นที่

              “ผมเป็นสว. ไม่คุ้นเคยกับอาคารฝั่งสส. ทำให้ไม่รู้ว่าประตูหนีไฟที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางไหน แต่มีเจ้าหน้าที่ที่รับราชการฝั่ง สส.ที่รู้จุดได้บอกให้คนที่อยู่ชั้น3 นั้นวิ่งตามออกไป ลงมาชั้นหนึ่งได้ แต่เนื่องจากอาคารกว้างขวาง ไม่รู้ว่าจุดรวมพลอยู่ตรงไหน และประตูไหนที่ใกล้ที่สุด” นายนพดล กล่าว

             นายนพดล กล่าวด้วยว่าในวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมและให้วิศวกรที่เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย มาตรวจสอบซึ่งวิศวกรที่มาตรวจเคยเป็นวิศวกรที่ควบคุมงานก่อสร้างรัฐสภา จึงแจ้งว่าระบบก่อสร้างมั่นคงเพราะเจาะเข็มลึก 64-65 เมตร  และจากการตรวจสอบตั้งแต่ชั้นใต้ดินบีสอง ถึงชั้นสอง ห้องประชุมจันทรา โดยวิศวกรได้เดินตรวจสอบเสา คาน พื้น ผนัง โครงสร้าง และกล่องลิฟท์อย่างละเอียดไม่พบรอยร้าวในระดับวิกฤต ส่วนใหญ่ที่พบเป็นพื้นผิวปูนฉาบ วิศวกรยืนยืนว่าไม่ร้าวถึงโครงสร้าง

             นายนพดล กล่าวอีกว่า ส่วนสะพานเชื่อมระหว่าง2 อาคาร ผลการตรวจสอบทั้งหมดไม่พบข้อบ่งชี้ที่มีปัญหา แต่มีข้อเสียหายบ้างเล็กน้อยจากปูนฉาบ ที่ร่วมไม่ถึง 1 ตารางเมตร บริเวณจุดจอดรถจักรยานยนต์ ชั้นบีหนึ่งสั่งกั้นพื้นที่ไม่ให้เกิดอันตราย  ขณะที่ฝั่งสภาฯ ทราบว่าได้ส่งทีมวิศวกรตรวจสอบ ทราบเบื้องต้นว่า โครงสร้างฝั่ง สส. และสว. ปลอดภัย ใช้งานได้