เสือตัวที่ 6
สมรภูมิสู้รบในพื้นที่ปลายด้ามขวานเป็นการต่อสู้ที่ลึกซึ้งผันแปรไปตามสถานการณ์ที่ยากจะมีคนเข้าใจปรากฏการณ์นี้ด้วยชุดความคิดเดียวได้อย่างถ่องแท้ กาลเวลาที่ผ่านไปการสู้รบในสมรภูมิปลายด้ามขวานนี้ยิ่งทวีความลุ่มลึกและเต็มไปด้วยลีลาการขับเคลื่อนที่ซับซ้อนซ่อนปมเงื่อนมากขึ้นเป็นทวีคูณ ผู้คนที่เคยมีประสบการณ์อันโชคโชนในห้วงเวลาหนึ่งอาจไม่สามารถตอบโจทย์ของการสู้รบในห้วงเวลาต่อมาได้อย่างตรงจุดและรอบด้าน ผู้คนที่เคยมีประสบการณ์ในระดับของการปฏิบัติการหนึ่งอาจไม่สามารถตอบโจทย์ในมุมมองต่างระดับปฏิบัติการได้อย่างครอบคลุมในห้วงเวลาที่เปลี่ยนไป การต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ในสมัยก่อนก็เป็นบทเรียนหนึ่งที่ควรค่ากับการศึกษา หากแต่ต้องเข้าใจว่าการสู้รบในห้วงเวลานั้น มีสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขของความขัดแย้งที่แตกต่างกันอย่างมากกับภัยที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ปลายด้ามขวานในปัจจุบัน นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่เรียกว่านโยบาย 66/23 ที่ถูกกล่าวขานกันว่ารัฐบาลกำลังนำมาปัดฝุ่นเพื่อมาใช้ต่อสู้กับขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐในขณะนี้จึงต้องทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขความขัดแย้งในสมรภูมิปลายด้ามขวานในปัจจุบันให้ถ่องแท้ เพราะแม้แต่สถานการณ์การสู้รบในสมรภูมิปลายด้ามขวานเองก็มีการผันแปรไปอย่างต่อเนื่อง นักต่อสู้ในสมรภูมิแห่งนี้จึงจำเป็นต้องศึกษาทบทวนการสู้รบของขบวนการร้ายแห่งนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงพัฒนาการการต่อสู้ของขบวนการร้ายแห่งนี้และสามารถปรับยุทธศาสตร์การต่อสู้ของรัฐได้อย่างเท่าทัน
กรณีชัยชนะของรัฐในสงครามความขัดแย้งทางความคิดห้วงลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น มีสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่มีพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นตัวจักรสำคัญให้ความขัดแย้งในรัฐไทยดำรงอยู่อย่างเข้มเข็งได้ รัฐไทยจึงได้เจรจากับพรรคคอมมิวนิสต์จีนจนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนยุติการให้การสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ซึ่งนั่นคือชัยชนะระดับยุทธศาสตร์ของรัฐที่สำคัญยิ่งที่ส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอ่อนกำลังลงอย่างมาก และทำให้ผู้ก่อการร้ายที่เป็นกองกำลังติดอาวุธสู้รบกับรัฐไทยด้วยวิธีการรุนแรงพลอยอ่อนกำลังลงไปด้วย ควบคู่กับการลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยใช้เป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมผู้คนให้เข้ามาต่อสู้กับรัฐ อาทิ ความยากจน ความไม่เป็นธรรมของรัฐ ด้วยการเร่งพัฒนาความเจริญสู่ชนบทห่างไกลผ่านหน่วยงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (ในขณะนั้น) รวมทั้งการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น เป็นต้น และที่สำคัญ รัฐยังคงใช้กำลังทหารอย่างเข้มข้นเข้ากดดันกองกำลังติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ยังคงดื้อดึงที่จะใช้ความรุนแรงในการต่อสู้กับรัฐให้อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการเปิดประตูให้ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยอมวางอาวุธและเข้ามาร่วมพัฒนาชาติไทยด้วยนโยบาย 66/23 อันเป็นการปิดจบการต่อสู้ในสงครามครั้งนั้นได้อย่างลุ่มลึกและสวยงาม
จวบจนถึงการสู้รบในพื้นที่ปลายด้ามขวานของรัฐอันเกิดจากความเห็นต่างของคนในพื้นที่กับรัฐ มีกลุ่มคนระดับนำของขบวนการร้าย พักอาศัยในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และสั่งการการต่อสู้ในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ร่วมกับกลุ่มแกนนำของขบวนการร้ายที่ซ่อนปนไปกับพรรคการเมืองในสภาเพื่อขับเคลื่อนการต่อสู้ทางการเมืองระดับชาติ เป็นปากเป็นเสียงสร้างความชอบธรรมในการต่อสู้ของขบวนการร้าย ผลักดันการออกกฎหมายที่เอื้ออำนวยให้ได้สิทธิเสรีภาพอิสรภาพในการปกครองกันเองของขบวนการเพื่อเอกราชปาตานี ขัดขวางและยกเลิกกฎหมายและกติกาที่เป็นเครื่องมือของรัฐในการต่อสู้กับพวกเขา ตลอดจนสร้างคนรุ่นใหม่สืบทอดสานต่อการต่อสู้ไปยังคนรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็มีการสร้างเสริมศักยภาพในการต่อสู้ของกองกำลังติดอาวุธในทุกมิติ พร้อมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่กำหนดตามจังหวะโอกาสที่ส่งผลให้เห็นว่าขบวนการแบ่งแยกการกครองจากรัฐยังคงมีศักยภาพในการต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐได้อย่างเข้มแข็ง และพร้อมจะต่อกรกับกองกำลังติดอาวุธของรัฐได้ทุกรูปแบบเพื่อสร้างแรงกดดันให้รัฐยอมรับเงื่อนไขอิสรภาพในการปกครองกันเองของพวกเขาในเวทีการเจรจาสันติภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นบนความได้เปรียบด้วยเป็นฝ่ายมีอำนาจเหนือรัฐไทยบนโต๊ะเจรจา
ในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในขณะนั้น มีความเป็นเอกภาพหนึ่งเดียว หากแต่ขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวานกลับมีหลากหลายกลุ่มหลากหลายการนำ ทำให้การเจรจาพูดคุยเวทีเจรจาสันติภาพที่เกิดขึ้นกับ BRN ไม่เป็นผลสัมฤทธิ์สันติภาพอันเกิดจากการไม่ยอมรับของแกนนำกลุ่มอื่น รวมทั้งการชิงการนำของกลุ่มแกนนำภายในขบวนการ BRN เอง ที่กำลังเปลี่ยนผ่านและแย่งชิงการนำกันมาตลอดห้วงเวลา ปรากฏการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดมาและเข้มข้นขึ้นในห้วงเดือนรอมฎอน 2568 เกิดจาก BRN กำลังเปลี่ยนผ่านผู้นำกลุ่มเก่าไปสู่กลุ่มใหม่ เกิดความไม่พอใจของแกนนำรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ รวมทั้งผู้นำกลุ่มใหม่เห็นว่าพลังการต่อสู้ของ BRN ลดลง จึงมีเจตจำนงที่จะสร้างการต่อสู้ในแบบที่กลุ่มตนเชื่อด้วยการโจมตีที่รุนแรง เพื่อสร้างพลังการต่อสู้รอบใหม่ให้รุนแรงเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นต่อไปในระยะยาว คู่ขนานกับปลุกระดมบ่มเพาะ หล่อหลอมกล่อมเกลาคนรุ่นใหม่ให้มีอุดมการณ์อย่างแรงกล้าในการต่อสู้ที่ต้องสู้รบอย่างดุดันกล้าแข็งในทุกมิติอย่างหลากหลายและต่อเนื่อง โดยใช้ศาสนาเป็นพลังในการต่อสู้กับรัฐที่บิดเบือนอ้างว่าเป็นการต่อสู้เพื่อศาสนา(ญิฮาด) ซึ่งถือเป็นหน้าที่(วาญิบ) อันศักดิ์สิทธิ์ที่พี่น้องในพื้นที่ต้องกระทำ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกร่วมของชาติพันธุ์และชาตินิยมของปาตานี โดยผ่านครูสอนศาสนาในโรงเรียนตาดีกา และโรงเยนเกชยสอนศาสนาที่มีอยู่มากมายอย่างเข้มข้น
การสู้รบในหลากหลายมิติดังกล่าวข้างต้นจึงทำให้ขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐกลุ่มนี้มีความเข้มแข็งสามารถยืนหยัดสู้รบกับรัฐได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากรัฐต้องการชัยชนะในสมรภูมิแห่งนี้ รัฐต้องขับเคลื่อนการสู้รบในหลากหลายมิติไปพร้อมๆ กันอย่างมีจังหวะก้าวที่สอดประสนกันอย่างกลมกลืน ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่เอื้ออำนวยด้วยการเจรจาแสวงหาความร่วมมือกับผู้นำมาเลเซียให้ร่วมกดดันแกนนำขบวนการร้ายให้ยอมจำนน ควบคู่กับการต่อสู้ทางการเมืองระดับชาติในสภาอย่างเป็นระบบและเท่าทัน สลายโครงสร้างแนวร่วมขบวนการในพื้นที่หมู่บ้านจัดตั้ง และกดดันไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธของขบวนการด้วยกำลังทหารเพื่อลดทอนกำลังติดอาวุธให้อ่อนแอลงจนไม่อาจสร้างพลังต่อรองบนโต๊ะเจรจาได้ พร้อมทั้งยื่นเงื่อนไขให้ขบวนการยอมวางอาวุธกลับมาร่วมแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและร่วมพัฒนาชาติไทยด้วยคณะเจรจาที่เข้มแข็ง ทั้งหมดนี้รัฐจึงจะกำชัยชนะด้วยการสู้รบในหลายมิติดังกล่าวอย่างกลมกลืน