“เป็นเวทีที่ดี ที่จะได้ให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่แท้จริง เข้าใจความเป็นดิฉันด้วย ที่เป็นนายกฯ Gen Y บางทีเราอาจจะยังไม่เคยมีนายกฯ Gen Y จะได้เข้าใจซึ่งกันและกัน”
บางช่วงบางตอนจากการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างการตอบคำถามของผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยบอกว่าการเป็นผู้นำต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และต้องทำเต็มที่เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ
น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว สะท้อนมุมมองของนายกรัฐมนตรี มองว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาจนนำไปสู่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากความต่างระหว่างวัยหรือไม่
ในบทความเรื่อง “คนรุ่นใหม่”ในเว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงคน GEN Y ไว้ในนิยาม "คนรุ่นใหม่" ในการเมืองไทยหลังการรัฐประหาร ปี 2557 โดยระบุว่าคนรุ่นใหม่ เป็นคำกว้างๆ ที่ใช้เรียกกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ระหว่าง Gen Y และ Gen Z ที่เกิดตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นไป ถือเป็นประชากรที่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44.4 ของประชากรทั้งประเทศ
“ทั้งนี้ ประชากรกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 37 ปี ซึ่งประกอบด้วย Gen Y และ Gen Z นั้น รวมกันเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ (ร้อยละ 44.4) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gen Y ที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโตในฐานะและหน้าที่การงาน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในระบบเศรษฐกิจและมีอิทธิพลต่ออนาคตของสังคมไทย ทว่าที่สำคัญ ก็คือ การได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่จากครอบครัวในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูและความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในช่วง Gen Y ได้ส่งผลให้คนรุ่นนี้มีลักษณะเฉพาะที่ต่างไปจากคนรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการศึกษาสูง มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ต้องการความชัดเจนในการทำงาน คาดหวังความสำเร็จในการทำงานสูง มักเปลี่ยนงานบ่อย มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงและให้ความสำคัญกับตนเอง จนทำให้คนรุ่น Gen Y ถูกเรียกอีกชื่อว่า Gen Me” (ผู้เรียบเรียง รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว /ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ ดร. สติธร ธนานิธิโชติ)
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุไหน วัยใด เมื่อมาอยู่ในจุดที่ต้องรับผิดชอบ กุมชะตาประเทศชาติ และความอยู่รอดของพี่น้องของประชาชน ย่อมถูกตรวจสอบ ชี้แนะและท้วงติง ตำหนิติเตียนต่างๆ เมื่อผู้นำมองตนเองจากความเป็นจริงแล้ว ปรับปรุงแก้ไขไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดก็จะได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นศรัทธา ว่าจะไม่นำพาประเทศไปสู่ความวอดวาย