สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นบทพิสูจน์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองไทย โดยต้องยอมรับว่าเขายังคงได้รับความสนใจจากสาธารณะและหลายครั้งก็อยู่ในศูนย์กลางความสนใจของสังคม

แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า มนต์เสื่อม หรือไม่ขลังดั่งเดิม แต่ในบางความเห็นมองต่างว่าหากไม่ได้นายทักษิณกลับมาลงสนามการเมืองขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง อาจได้เห็นความพ่ายแพ้ย่อยยับอัปราชัยของพรรคเพื่อไทย แม้ปัจจัยระหว่างการเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งสส.จะมีความแตกต่าง

โดยในการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น เรื่องของตัวบุคคลผู้สมัครที่เป็นบ้านใหญ่ตระกูลการเมืองมีความสำคัญ กระแสของพรรคอาจไม่มีผลมากเท่าไหร่นัก อีกทั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่นสู้กันแบบตัวต่อตัว ในขณะที่การเลือกตั้งใหญ่หรือการเลือกตั้งสส. กระแสพรรคมีส่วนมาก และเป็นการลงสู้กันทุกพรรคการเมือง

จึงมีบางความเห็นที่ว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่มุ่งพานายทักษิณกลับบ้าน จนนำไปสู่ดีลข้ามขั้วก็จะไม่พาให้คะแนนนิยมตกเป็นรองพรรคการเมืองคู่แข่งถึงเพียงนี้  บวกกับโมเดลการกลับมาอย่างเท่ๆ ของนายทักษิณ ที่บั่นทอนฐานคะแนนนิยมส่วนตัวลงไป

คะแนนนิยมส่วนตัวของ นายทักษิณลดลง ฉุดคะแนนของพรรคเพื่อไทยลงตามไปด้วย แน่นอนว่า หากมีปัจจัยแทรกซ้อน ที่อาจเป็นเงื่อนไขให้คะแนนนิยมดิ่งลงเพิ่มเติมก็อาจจะสร้างความยากลำบาก                         

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายทักษิณได้เปิดเผยถึงไทม์ไลน์ในการเดินทางกลับประเทศไทยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นน้องสาว ว่าจะเดินทางกลับมาในช่วงสงกรานต์ ปี 2568 และได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่าอาจจะกลับมาก่อนสงกรานต์

ทว่าล่าสุด นายทักษิณ ไม่มีความมั่นใจเหมือนที่ผ่านมา โดยตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการเดินทางกลับไทยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในช่วงสงกรานต์นี้ว่า  “ยังต้องดูเรื่องความเหมาะสม” ส่วนปัจจัยอะไรที่ยังทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังเดินทางกลับไม่ได้นั้น นายทักษิณ ระบุว่า มีหลายปัจจัย

ส่วนจะเดินทางกลับมาทันภายในปีนี้หรือไม่นั้น นายทักษิณ ระบุว่า “กำลังดูอยู่ ความจริงเขาอยากกลับตั้งแต่เมื่อวาน”

แต่ถึงอย่างนั้น ก็พอจะมองเห็น สมการการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ระหว่างนายทักษิณ พรรคเพื่อไทย และองคาพยพการเมือง ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยฉุดคะแนนนิยมกลับมาได้ จึงมีเพียงผลงานการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน