รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
“ยุคแห่งปัญญา” (Intelligence Age - IA) หมายถึงยุคสมัยที่มีการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (Advanced AI) มาประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ของชีวิตมนุษย์และสังคม ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากกรอบความคิดทางอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่ยุคที่ปัญญาทั้งของมนุษย์และ
ของเทียมหรือปัญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence - AI) มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา ยุคแห่งปัญญานี้เน้นความร่วมมือระหว่างมนุษย์กับระบบปัญญาประดิษฐ์ ส่งเสริมให้เกิดปัญญาประดิษฐ์รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และสังคม
ยุคแห่งปัญญาเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2020 บนเส้นทางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ช่วงเวลานี้จะมีความโดดเด่นจากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้านความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และโมเดลปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI Models) ที่เปลี่ยนแปลงวิธีที่เครื่องจักรโต้ตอบกับข้อมูลและมนุษย์
ยุคแห่งปัญญา (IA) เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เทคโนโลยีและมนุษย์ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนมากขึ้น คุณลักษณะหลักของยุคนี้อยู่ที่การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การดูแลสุขภาพ การศึกษา การเงิน และอื่นๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการทำงาน
จุดเด่นของยุคปัญญาคือ ความร่วมมือ (Collaboration) ที่เพิ่มขึ้นระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร เทคโนโลยี AI ช่วยเสริมสร้างความสามารถของมนุษย์ในการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เช่น การพัฒนายารักษาโรคใหม่ การจัดการความเสี่ยงทางการเงิน และการจัดการระบบการศึกษาที่เฉพาะบุคคล นอกจากนี้ การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นฐานเพื่อการตัดสินใจ ทำให้องค์กรสามารถวิเคราะห์และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ปัญญาประดิษฐ์ยังถูกพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียม
ผู้คนและสังคมกำลังปรับตัวเข้ากับยุคปัญญาด้วยหลากหลายกลยุทธ์ หนึ่งในนั้นคือการศึกษาและฝึกทักษะใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป หลักสูตรเกี่ยวกับ AI และการประยุกต์ใช้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการยอมรับเทคโนโลยี AI ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ผู้ช่วยดิจิทัลและอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ช่วยปรับปรุงความสะดวกสบายในชีวิต ขณะเดียวกันในระดับชุมชน การมีส่วนร่วมในประเด็นจริยธรรมของ AI และการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้น กลุ่มชุมชนต่างๆ ได้ริเริ่มโครงการเพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
ในยุคแห่งปัญญา นอกจากจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์สามารถสร้างความสุขในรูปแบบใหม่ๆ ผ่านการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพในหลากหลายด้านของชีวิต โดยเฉพาะในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รายงานจาก McKinsey & Company (2022) ชี้ให้เห็นว่า AI สามารถยกระดับประสิทธิภาพในภาคสุขภาพได้ถึง 20-30% ด้วยบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ เช่น การใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพเพื่อตรวจจับความเครียดหรือโรคภัยในระยะแรกเริ่ม ซึ่งช่วยให้การป้องกันและรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ AI ยังสามารถพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมและครบถ้วน
ความสุขจากการสร้างสัมพันธ์และการเชื่อมต่อทางสังคม รายงานจาก OpenAI (2023) ระบุว่า 68% ของผู้ใช้งานแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น ระบบจับคู่เพื่อน (Friend-matching) หรือกิจกรรมเสมือนจริง รู้สึกว่าชีวิตสังคมดีขึ้น โดย AI ช่วยสร้างโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ๆ และสร้างเครือข่ายสังคมผ่านการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้ที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน รวมถึงเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสุขจากความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาตนเอง Adobe (2022) รายงานว่า 59% ของผู้ใช้งาน AI ในงานสร้างสรรค์ รู้สึกว่ามีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น และสามารถลดเวลาในกระบวนการทำงานด้านเทคนิคได้มาก โดย AI ช่วยเปิดโอกาสสู่ความคิดสร้างสรรค์ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ การสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือการแต่งเพลง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานค้นพบและพัฒนาทักษะใหม่ๆ นอกจากนี้ AI ยังช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร ทำให้เป้าหมายหรือความสำเร็จส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
ความสุขจากการบริหารเวลาและสร้างสมดุลชีวิต Deloitte Insights (2021) รายงานว่า AI ช่วยเพิ่มเวลาว่างให้กับผู้คนโดยเฉลี่ยถึง
1.2 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจาก AI สามารถจัดการชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสมือนที่คอยเตือนความจำ หรือการจัดลำดับความสำคัญของงาน ผลลัพธ์คือผู้คนมีเวลามากขึ้นสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มความสุขในชีวิต
ความสุขเพื่อสังคมและโลกที่ดีขึ้น AI มีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การพัฒนาระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในอาคาร หรือเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเกษตร การประยุกต์ใช้ AI ไม่เพียงช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิต แต่ยังสร้างความสุขให้ผู้คนจากการที่ได้มีส่วนร่วมในเป้าหมายการพัฒนาโลกที่ดีขึ้นและยั่งยืน
"ความสุข" ใน "ยุคแห่งปัญญา" เป็นสิ่งที่แต่ละคนแสวงหาในรูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับมุมมองและประสบการณ์ส่วนบุคคล AI กลายเป็นทั้งเครื่องมือและหุ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพมนุษย์ในทุกด้าน การปรับตัวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนับเป็นก้าวสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนและพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่รออยู่เบื้องหน้าด้วยกันครับ