เสือตัวที่ 6
ความพยายามในการแบ่งแยกดินแดนเพื่อปกครองกันเองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของกลุ่มคน ในขบวนการร้ายแห่งนี้ที่มีกลุ่ม BRN เป็นตัวการหลักสำคัญ ได้ดำเนินการต่อสู้บนความพยายามอันแรงกล้านี้ ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี นับจากปี 2547 ที่รัฐได้ทุ่มเททุกองคาพยพของรัฐเข้าแก้ปัญหามุ่งสู่การใช้กำลังทหาร เป็นกำลังหลัก โดยใช้กำลังทหารจากทุกพื้นที่ทุกกองทัพภาคเข้าควบคุมสถานการณ์การก่อเหตุความรุนแรงจากกองกำลังติดอาวุธของขบวนการที่มีกลุ่ม BRN เป็นตัวการหลักเพื่อมิให้สถานการณ์ความรุนแรงลุกลามไปเข้าเงื่อนไขของการขัดแย้งด้วยอาวุธอย่างรุนแรงตามหลักการของการกำหนดอนาคตการดำรงอยู่ของคน ในพื้นที่เอง (RSD) ควบคู่กับการใช้ความพยายามในการยุติสภาพปัญหาความคับข้องใจในความเห็นต่างของคนในพื้นที่โดยการชี้นำปลุกระดมความเห็นต่างจากนักสร้างมวลชนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มนี้ โดยที่รัฐมุ่งหมายที่จะเสริมสร้างความเข้าใจ ปรับทุกข์ผูกมิตรและช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ ให้ประชาชน ในพื้นที่เกิดความเชื่อมั่นและกลับมาไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น
และเมื่อการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ในวงกว้างมีท่าทีที่ลดลงจะด้วยเหตุปัจจัยจากการกระทำของรัฐข้างต้นหรือจะเป็นเพราะฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ปรับกลยุทธ์การต่อสู้กับรัฐด้วยเพราะกลยุทธ์การต่อสู้กับรัฐ ที่ผ่านมานั้นได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายในแผนการของตนเองก็ตาม แต่ก็ส่งผลให้รัฐต้องอ้างเหตุในการลดกำลังทหารของรัฐลงอย่างชัดเจน ในขณะที่กองกำลังความมั่นคงของรัฐก็ปรับรูปแบบเป็นกองกำลังในรูปแบบพลเรือนมากขึ้น โดยเพิ่มอัตรากำลังตำรวจเพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในเขตพื้นที่เมืองทั้ง 37 อำเภอ และการเพิ่มอัตรากำลังกองอาสารักษาดินแดนกว่า 7,000 นาย ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในหมู่บ้านและชุมชน โดยปฏิบัติงานร่วมกับกำลังภาคประชาชนอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการดูแลพื้นที่แทนกำลังทหารนอกพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ที่ได้ทยอยถอนกำลังกลับที่ตั้งปกติ รวมทั้งปรับลดอัตรากำลังจากหน่วยต่างๆ ในโครงสร้างของ กอ.รมน. ภาค 4 สน. ควบคู่ไปกับการปรับลดพื้นที่ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ให้หมดสิ้นไปภายในปี 2570
จากการปรับลดกำลังทหารของรัฐจำนวนมากให้อยู่ในพื้นที่เท่าที่จำเป็นโดยเป็นกำลังทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เท่านั้น และนำกองกำลังฝ่ายพลเรือนทั้งตำรวจและอาสาสมัครพลเรือนรวมทั้งกำลังประชาชนมาใช้ในการควบคุมสถานการณ์การก่อเหตุรุนแรงเข้าทดแทนนั้น หากมองในแง่มุมของรัฐอาจประเมินว่าสถานการณ์ความรุนแรงลดลงจนสามารถถอนกำลังทหารได้ แต่หากมองในมุมของแกนนำขบวนการร้ายแห่งนี้จะสามารถประเมินว่า การปรับแผนของรัฐดังกล่าว เป็นผลอันเกิดจากความสำเร็จ ในการบรรลุเป้าหมายตามแผนของขบวนการอย่างชัดเจน ด้วยการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้กับรัฐมีความพยายามอย่างชัดเจนต่อเนื่องยาวนานให้รัฐถอนทหารออกจากพื้นที่ไปอย่างสิ้นเชิงเพื่อให้คนในพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อยกันเองตามวิถีที่คนในพื้นที่ต้องการมาโดยตลอด และเมื่อรัฐได้ดำเนินการตามที่กล่าวมานั้น จึงเห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกการปกครองของกลุ่มนี้ ได้บรรลุผลสำเร็จอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
ในขณะเดียวกัน การต่อสู้โต้กลับของรัฐที่กระทำต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานที่ได้ดำเนินการซ่อนพรางผ่านคณะผู้จัดงานและผู้ร่วมงานเสวนาเอกราชปาตานีในรั้วมหาวิทยาลัย ในหัวข้อสิทธิ ในการกำหนดอนาคตตนเอง (Self Determination) กับสันติภาพปาตานี ณ ห้องประชุมศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีเมื่อ 7 มิถุนายน 2566 โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกลุ่มคนในการเสวนาดังกล่าวตามกฎหมายในข้อหาร้ายแรง อาทิ ร่วมสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใดอันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ อันเป็นการโต้กลับการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐของขบวนการร้ายแห่งนี้ เพื่อกำราบการกระทำของคนกลุ่มนี้มิให้ฮึกเหิมลุกลามบานปลายไปจนถึงเกิดการสร้างความเห็นพ้องต้องกันของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่เห็นดีเห็นงามไปกับการลงประชามติแบ่งแยกดินแดนอันเป็นผลุดท้ายของคนกลุ่มนี้ที่ต้องการ
หากแต่การกระทำของกลุ่มขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (PELAJARBANGSA) ที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมเข้าคูหาลงแสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองของชาวปาตานี และการออกเสียงทำประชามติแยกตัวเป็นเอกราชอย่างถูกกฎหมาย โดยมีข้อความถึงความเห็นชอบสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองหรือไม่ ที่จะให้ประชาชนปาตานีสามารถออกเสียงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างถูกกฎหมาย และมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง และมีการการปลุกระดมให้ประชาชนชาวมลายูปาตานีโกรธแค้นสยามโดยอ้างอิงประวัติศาสตร์บาดแผล และให้ชาวปาตานีพยายามรวมตัวกันมีความเป็นปึกแผ่นสามัคคีเพื่อการบรรลุผลสำเร็จในการต่อสู้กับรัฐ นั่นคือการปกครองตนเองอย่างสมบูรณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจรัฐอย่างชัดเจน ที่แม้ว่ารัฐได้โต้กลับตามกฎหมายไม่ให้ลุกลามไปแล้วก็ตาม หากแต่คนกลุ่มนี้ ได้ส่งสัญญาณถึงความต้องการของคนในพื้นที่สร้างการรับรู้แก่สาธารณะอย่างเป็นทางการแล้วว่า ในพื้นที่แห่งนี้ มีความขัดแย้งกับรัฐผู้ปกครอง และคนกลุ่มนี้กำลังต่อสู้กับรัฐเพื่อการปกครองกันเอง ซึ่งนั่นได้บรรลุผลสำเร็จของขบวนการแบ่งแยกดินแดนไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว