เมื่อ "มวลชน" ถูกปลุกออกมาให้เคลื่อนไหว เพื่อกดดันรัฐบาลของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไปพร้อมๆกับการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน โดยเฉพาะประเด็นหลังที่ได้กลายเป็น "เงื่อนไข" ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อ "คณะราษฎร" ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรแนวร่วม ว่าผลลัพธ์ จะออกมาในทางที่เป็นได้ทั้ง "บวก" และ "ลบ" แต่ดูเหมือนเวลานี้การชุมนุมใหญ่ที่แกนนำคณะราษฎร ได้นัดหมายมารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน จะอยู่ในภาวะที่ต้องบอกว่าต้องเดินหน้าบุกเท่านั้น ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ต่างหากคือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ในครั้งต่อไป การนัดหมาย วันที่ 14 ต.ค.ของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร เพื่อหวังล้อไปกับเหตุการณ์ทางการเมืองในประวัติศาสตร์ ที่มีการเผชิญหน้ากันระหว่าง นักศึกษา กับกองทัพ ชูเป้าหมายการล้มล้างเผด็จการ แต่เมื่อคณะราษฎร 2563 กลับจงใจที่จะแสดงท่าทีก้าวล่วงไปถึงสถาบัน ย่อมจะทำให้ เกิดผลลัพธ์ตามมาด้วยกันในหลายทาง การถอยห่างของ "คนเสื้อแดง" ที่เชื่อมโยงกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ลดทอน จำนวนมวลชนจะเกิดตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะลำพังนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ผสมกับคนของพรรคก้าวไกล และแกนนำจากคณะก้าวหน้า ที่จะติดตาม "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" แกนนำคณะก้าวหน้า ย่อมมีไม่มากพอที่จะทำให้ม็อบไล่รัฐบาล จาบจ้วงสถาบันแปรสภาพไปสู่ "ม็อบเบิ้มๆ" ได้แน่นอน ดังนั้นเมื่อจำนวนมวลชนถูกลดทอนลงไป จึงเหลือเพียง การบริหารกลุ่มผู้ชุมนุม ว่าจะใช้กลยุทธ์ใดเพื่อทำให้การชุมนุมครั้งนี้มีความหมาย จนสามารถประกาศ ชัยชนะได้อีกครั้ง ! อย่างไรก็ดี การชุมนุมของม็อบคณะราษฎร รอบนี้ดูเหมือนว่ากำลังจะติดกับดักของตัวเอง เข้าอย่างจัง เมื่อการชุมนุมของม็อบคณะราษฎร กำลังแสดงบทบาท และจุดยืนที่ทำให้ผู้คนในสังคมไม่สามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะการส่งสัญญาณว่าไม่ยอมถอยออกจากเส้นทางเสด็จ ที่ถนนราชดำเนิน ด้วยเหตุนี้เมื่อบวกกับการชูจุดยืนเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ตลอดจนมีการขยายความคิดเห็นในโลกโซเชียลไปในทางที่หมิ่นเหม่ ล่อแหลม ท้าทายสถาบันมากเท่าใด ยิ่งทำให้ความชอบธรรมของม็อบถูกทำลายโดยตัวของมันเองมากเท่านั้น ! แต่เมื่อก่อนหน้านี้แกนนำอย่าง "ทนายอานนท์" ได้เคยประกาศไปแล้วว่าจะไม่ยอม "ลดเพดาน" ที่ปราศรัยถึงสถาบัน ซึ่งจะกลายเป็นการสวนทางกับความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ แต่ถ้าจะให้แกนนำม็อบคณะราษฎร ที่สู้อุตส่าห์ตั้งชื่อและมีเป้าหมาย "เรียกทหาร" ให้ออกมาเผชิญหน้า ยอมถอย ก็อาจจะกลายเป็นประเด็นที่ลดน้ำหนักของทั้งแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมเอง การขยับเดินต่อไปข้างหน้า ด้วยการชูประเด็นปฏิรูปสถาบันของม็อบคณะราษฎร คือ "จุดอ่อน" ที่แกนนำม็อบคณะราษฎร ไม่อาจลดเพดานลงได้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์การกดดัน รัฐบาล เป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น และที่น่าเสียดายไปกว่านั้น แกนนำทั้งที่เป็นเยาวชน นักศึกษาเอง หรือแม้แต่ "ฝ่ายการเมือง" ที่กระโดดลงมาร่วมอย่างเปิดเผย เปิดหน้าเอง ก็ยังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะทำให้ม็อบกลายเป็นม็อบเบิ้มๆ ขึ้นมาได้แล้ว ยังถูกจำกัดพื้นที่ไม่ให้โดดเด่นไปกว่าแกนนำอีกด้วยต่างหาก !