บรรยากาศการเมืองที่รัฐสภาใหม่ ที่ว่าร้อนแล้วยังต้องชิดซ้ายเมื่อ ผลจากมติที่ประชุม คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานแจ้งว่าที่ประชุมมีมติ ให้ 1.ออกประกาศกำหนดวัตถุอันตรายพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่4 โดยให้กำหนดระยะเวลาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2563 สำหรับวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ ตามมติคณะกรรมกรวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561 และ2.มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจัดทำมาตรการรองรับในการหาสารทดแทนหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม สำหรับวัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส รวมถึงมาตรการในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและให้นำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาภายในระยะเวลาสี่เดือนนับจากวันที่มีมติและขอให้รับรองมติที่ประชุม นั่นหมายความว่า มติที่คณะกรรมการฯ ชุดนี้ที่มี “บิ๊กเนม” ของพรรคพลังประชารัฐ อย่างสุริยะ นั่งอยู่หัวโต๊ะ ให้เลื่อนการแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” ไปอีก 6 เดือน ส่วน “ไกลโฟเซต” เลิกแบน แค่จำกัดการใช้ รวมทั้งยังได้สั่ง กรมวิชการเกษตรฯ ไปหามาตรการรองรับ เพื่อลดผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทันทีที่ความชัดเจนจากที่ประชุมคณะกรรมการฯ ปรากฎออกมา ก็พลันมีท่าทีในท่วงทำนอง “โต้แย้ง” ด้วยอาการ “ฉุนขาด” จาก “พรรคภูมิใจไทย” ไล่ตั้งแต่ “หัวขบวน” ทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมทั้ง “มนัญญา ไทยเศรษฐ” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคนของพรรคภูมิใจไทยที่ประกาศจุดยืน มาโดยตลอดให้แบนทั้ง 3 สารเคมี ไม่พอใจกรมวิชาการเกษตร ที่แอบทำหนังสือขอขยายระยะเวลา โดยไม่แจ้งให้ทราบมาก่อน แต่มาเห็นเอกสารในภายหลังจากที่ส่งเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว จากนั้นตัวมนัญญา รีบไปพบกับ อนุทินและ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่รัฐสภา เพราะงานนี้ ดูเหมือนว่ารัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย จะโดน “รุมกินโต๊ะ” อยู่ฝ่ายเดียว ! เมื่อกรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานในการดูแลของ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กลับไม่เสนอเอกสารมาให้ตรวจก่อนที่นำเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวถูกลงนามโดย “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรและสหกรณ์ คนของพรรคประชาธิปัตย์ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนำส่งเข้าที่ประชุมทันที “ชาดา ไทยเศรษฐ” ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพี่ชายของมนัญญา ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อด้วยท่าทีอันแข็งกร้าวพร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรม คือ สุริยะ ต้องออกมาตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเป็นที่มาของการมีมติเช่นนี้ ศึกนอกที่ว่าด้วยการอภิปราบไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยังมาไม่ถึง แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ รัฐบาลเอง กำลัง “ติดหล่ม”กับความขัดแย้งกันเอง ซึ่งแน่นอนว่า งานนี้ “ผู้จัดการรัฐบาล” ที่ชื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะแก้สมการโจทย์ข้อนี้อย่างไร เพราะ “ศึกนอก” กำลังกระชั้นเข้ามาทุกขณะ !