เมื่อวันที่ 20 พ.ย. เวลา 14.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ให้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พ้นสมาชิกภาพจากการเป็น ส.ส. โดยสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามม.101(6)ประกอบ 98(3) ในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.ของธนาธร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ( 6) ประกอบมาตรา 98 ( 3) หรือไม่ จากเหตุถือครองหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.
แน่นอนว่า ลึกๆแล้ว คนในพรรคอนาคตใหม่เอง ต่างรับรู้กันได้ว่าที่สุดแล้ว “ผลลัพธ์” จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะออกมาในทิศทางที่ว่านี้ กันตั้งแต่แรก โดยเฉพาะจากสัญญาณที่สะท้อนออกมาจากตัวของ ธนาธร เองนับตั้งแต่วันแรกที่ถูกตรวจสอบ จนมาถึงวันที่ธนาธร ต้องพาแม่และภรรยา เข้ามาชี้แจงต่อองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดสุดท้าย ก่อนถึงวันตัดสิน แล้วด้วยซ้ำ !
เมื่อวันนี้ ธนาธร มีอันต้องสิ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยนับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 23 พ.ค.62 ที่ผ่านมา หนทางการต่อสู้ของธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ คือสิ่งที่หลายต่อหลายคน เฝ้าติดตามและอยากรู้ว่า จากนี้ไปจะเหลือหนทางไหน ให้ธนาธร และอนาคตใหม่ก้าวเดินต่อไป !?
แม้วันนี้ ธราธร จะยังคงดำรงตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่” ได้ต่อไป
แม้จะทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ฯ2563 ในฐานะ “คนนอก” ได้ต่อไป
แต่การพ้นจากสถานะการเป็นส.ส. ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ธนาธร ต้องการ รวมถึงสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ด้วยเช่นกัน ยิ่งในยามนี้เมื่อหัวหน้าพรรค ไร้สถานะส.ส.อันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ใครจะการันตีได้ว่าปัญหา “งูเห่า” ในพรรคอนาคตใหม่จะไม่เกิดขึ้น ในจังหวะที่ หัวหน้าพรรคอยู่ในภาวะวิกฤติ
อย่างไรก็ดีประเด็นที่น่าสนใจ ยังอยู่ที่ท่าทีของธนาธร ที่ออกมาเปิดใจกับสื่อหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ไม่ยอมรับคำตัดสินดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นการพิจารณาตัดสินจาก “ข้อสันนิษฐาน” มากกว่า “ข้อเท็จจริง” อีกทั้งยังหักล้างด้วยว่า ในองค์คณะตุลาการนั้นไม่มีใครปรากฎว่าเคยทำธุรกิจเลยสักคนเดียว ดังนั้นจะใช้มาตรฐานใดมาตัดสินการประกอบธุรกิจ
อีกทั้งธนาธร ยังประกาศชัดเจนว่าพรรคอนาคตใหม่ คือการเดินทาง คือผู้คน แม้วันนี้เขาเองจะไม่มีสถานะ ส.ส. แต่ภารกิจในฐานะหัวหน้าพรรคยังไม่จบ ยังมีอีกเรื่องที่จะต้องดำเนินการ และที่สำคัญวันนี้ ตนเองยังถือว่าสามารถเป็น “แคนดิเดตนายกฯ” อยู่ !
ไม่ว่าใครจะมองว่าสิ่งที่ธนาธร แสดงออกมานั้น คือการไม่ยอมรับต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ก็ตาม แต่ในฐานะ “หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่” เขาเองก็ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอ ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ได้เช่นกัน
การทิ้งปมก่อนจบการให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยและต่างประเทศ คือการส่งสัญญาณว่า สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้คงต้องให้ประชาชนเป็นคนมอง เป็นคนตัดสินเอง
จะหมายความว่า การให้ประชาชนตัดสินเอาเอง นั้นคือการชวนให้จับตาว่าที่สุดแล้ว เมื่อธนาธร พ่ายแพ้ในยกแรก ต้องสิ้นสถานะการเป็นส.ส.ลงไปทันทีแล้ว การอาศัย “มวลชน” เพื่อขอให้ร่วมกันก้าวเดินไปข้างหน้ากับตัวธนาธรเอง กับพรรคอนาคตใหม่เองนั้นจะถือเป็นจุดพลุ ปลุกมวลชนลงท้องถนน เปิดแนวรบใหม่ได้หรือไม่ ?