กลายเป็นสีสันในต่างแดนที่ทำเอา "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจจะยิ้มไม่ค่อยออกนัก เมื่อเกิดปฏิกริยาท้าทาย กันซึ่งหน้า อีกทั้งยังเป็นจังหวะที่ "ผู้นำรัฐบาลไทย" กำลังปฏิบัติภารกิจในท่ามกลางเวทีผู้นำนานาชาติ
โดยเมื่อวันที่ 25 ก.ย. เวลา 12.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่เอเชียโซไซตี้ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศ จากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย" ในงาน Lunch talk จัดเอเชียโซไซตี้ ในระหว่างนั้นได้มีหญิงต่างชาติตะโกนบริเวณหน้าห้องปาฐกถา เรียกชื่อพล.อ.ประยุทธ์ "มิสเตอร์ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาขอความร่วมมือให้ออกไปจากพื้นที่ แต่พล.อ.ประยุทธ์ สามารถควบคุมอารมณ์ แล้วกล่าวว่า "ฮัลโหล แต้งกิ้ว เวรี่มัช"
ทันทีที่มีข่าวความเคลื่อนไหวต่อต้าน ท้าทายพล.อ.ประยุทธ์ กันถึงเวทีสำคัญในต่างแดน ได้เกิดอาการ "ขานรับ" จากกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวต่อต้านคสช.ในประเทศไทย ตามมาภายในเวลาไม่กี่นาที
และไม่ว่าจะเป็นการ "ขยายผล" มากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ย่อมไม่เป็นผลในทางบวกสำหรับพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลอย่างแน่นอน
เมื่อตัดภาพกลับมาที่ความเคลื่อนไหวต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล ในประเทศไทยนั้นแน่นอนว่า ย่อมอยู่ในสายตาของกองทัพและฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะการที่ "7 พรรคฝ่ายค้าน" ใช้กิจกรรมเดินสายไปตามจังหวัดต่างๆเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกมาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรนูญ ฉบับ 2560 ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ จนมาถึงเวลานี้เมื่อสภาฯปิดสมัยประชุม
การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล นอกสภาฯ คือวาระที่น่าสนใจและไม่อาจมองข้าม เพราะนี่คือ "หนทาง" ที่ฝ่ายคัดค้าน น่าจะมองเห็น "โอกาส" ในการเขย่ารัฐบาลได้มากกว่าที่จะไปใช้ความพยายามโจมตีหรือตรวจสอบรัฐบาลในสภาฯ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก "7พรรคฝ่ายค้าน" เดินหน้าใช้ยุทธวิธีตีโอบล้อมพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลร่วมกับ "กลุ่มการเมืองภาคประชาชน" ย่อมเกิดเป็นรูปธรรม เกิดผลกระทบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างจะแจ้งมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการลงทุน ลงแรง ที่น่าจะไปถึง "จุดคุ้มทุน" ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ทั้งนี้เมื่อมองกลับมาที่ฟากรัฐบาลและตัวพล.อ.ประยุทธ์ เอง ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสหรือ "เครื่องมือ" ในการต่อกรกับฝ่ายต่อต้าน ที่พร้อมจะเปิดเกมรุกไล่ นอกสภาฯ ทั้งในและนอกประเทศ เช่นเดียวกันกับที่ ในสมัย "ยิ่งลักษณ์ -ทักษิณ ชินวัตร" สองพี่น้องอดีตนายกฯ เคยประสบมาแล้ว เมื่อครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับ แรงต้านจาก "ม็อบเสื้อเหลือง" ไปจนถึง "ม็อบกปปส." ทั้งในประเทศ และเครือข่ายในต่างประเทศ หลายต่อหลายครั้ง
แต่เมื่อเป้าหมายของคสช.คือการกลับมาสู่อำนาจรัฐ และจะไม่ยอม ลุกออกไปง่ายๆ อีกทั้งเบื้องหลังยังมีฐานกำลังที่ค้ำยันอย่างแข็งแกร่ง ทั้ง "กองทัพ" ไปจนถึง "250 สว." ที่พร้อมรับทุกแรงปะทะ
ดังนั้นทางหนึ่งคือการเร่งสร้าง "ผลงานรัฐบาล" ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไปพร้อมๆกับการจับตา ทุกความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้าน และรุกกลับในทุกช่องทาง ทั้งการเปิดหน้าชน ไปจนถึงใช้กลยุทธ์ ใต้ดิน บนดินในคราวเดียวกัน !