กลุ่มองค์กรอาชญากรรม BRN (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani ) เป็นองค์กรที่ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ด้วยมีฐานบัญชาการใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย อันเป็นเขตอิทธิพลของพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย จึงมักจะถูกกล่าวอ้างว่าอยู่นอกการควบคุมดูแลของรัฐบาลมาเลเซีย ทำให้การประสานงานของรัฐไทยกับรัฐบาลมาเลเซียในการกำราบปราบปรามเพื่อลดบทบาทและขจัดอิทธิพลของกลุ่มคนระดับแกนนำของ BRN ต้องล้มเหลวลงครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยเหตุผลเพียงว่าอยู่ในเขตอิทธิพลของพรรคฝ่ายค้าน หาใช่พื้นที่ในเขตอิทธิพลของรัฐบาลไม่ การวางแผนระดับยุทธศาสตร์การแย่งยึดอำนาจการปกครองจากรัฐ การบัญชาการการก่อการร้ายในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ตลอดจนการแสวงหาทรัพยากรในการต่อสู้กับรัฐ รวมทั้งการก่อการร้ายอย่างโหดร้ายผิดมนุษย์ การใช้พื้นที่นอกประเทศเป็นแหล่งหลบซ่อนหลังก่อการร้าย จึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปฏิบัติการละเมิดกฎหมายของรัฐตลอดเวลาหลายสิบปีอย่างอุกอาจและท้าทายอำนาจรัฐด้วยการปลุกระดมบ่มเพาะคนในพื้นที่ให้มีความคิดแปลกแยกเป็นปฏิปักษ์กับรัฐด้วยการล้างสมองคนในพื้นที่โดยเฉพาะคนในสถานศึกษา และขยายตัวแนวคิดเกลียดชังรัฐนี้ออกไปยังพี่น้องมุสลิมในหมู่บ้านให้ร่วมกันต่อต้านรัฐสู่การแยกตัวเป็นเอกราชเพื่อการการปกครองตนเองผ่านกระบวนการการกำหนดชีวิตในอนาคตของตนเอง (RSD.) ร่วมกับการสร้างกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ปฏิบัติการเข่นฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติการเพื่อความสุขสงบในพื้นที่และชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ทั่วไปอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายอันเป็นการท้าทายอำนาจรัฐอย่างอหังการมาตลอดหลายสิบปี
โดยกระบวนการที่เรียกได้ว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างชัดเจน ที่ท้าทายด้วยการประกาศตัวว่าเป็นขบวนการต่อสู้เพื่อแย่งยึดอำนาจรัฐไทยไปเป็นเอกราชปาตานีโดยใช้คำว่า ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani : BRN ) โดยใช้การกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงเป็นปีกแผ่นของชาติอย่างชัดเจนที่มีฐานบัญชาการใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของมาเลเซีย เข้าปฏิบัติการหลายมิติ ทั้งการล้างสมอง หล่อหลอมแนวคิดแปลกแยกแตกต่างจากคนทั่วไปของรัฐขยายตัวสู่ความเกลียดชังรัฐ ร่วมกับการระดมเงินทุนที่ใช้ขับเคลื่อนการเคลื่อนไหว ทั้งการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการก่อการร้าย การดำรงชีวิตของกองกำลังติดอาวุธและแนวร่วมองค์กรอาชญากรรมที่ต้องกินต้องอยู่ในพื้นที่ และค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนไหวในเวทีประชาคมระหว่างประเทศ โดยใช้การก่อการร้ายลอบทำร้ายทำลายชีวิตผู้คนของรัฐทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาขนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ รวมทั้งปฏิบัติการเหนี่ยวรั้งความเจริญที่รัฐมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับคนในพื้นที่อย่างไร้เหตุผลโดยการบิดเบือนแอบอ้างคำสอนทางศาสนาให้ผู้หลงผิดเข้าใจว่าเป็นการทำสงครามเพื่อศาสนา โดยหลอกลวงผู้ร่วมขบวนการร้ายแห่งนี้ว่าเป็นการต่อสู้อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นหน้าที่ของชาวมลายูมุสลิมอันเป็นการต่อสู้ตามหลักศาสนาที่บิดเบือนว่าเป็นการทำสงครามญิฮาดที่เกิดจากการกดขี่ของรัฐ เพื่อหลอกลวงคนในพื้นที่ให้ร่วมขบวนการอาชญากรรม BRN ดังกล่าว
กลุ่มองค์กรอาชญากรรม BRN ต่อสู้กับรัฐเพื่อไปสู่เป้าหมายในจินตนาการของการเป็นเอกราชปาตานีนั้น ใช้การก่อการร้ายเป็นเครื่องมือในมิติหนึ่งเพื่อการเร่งเร้าสู่เป้าหมายเอกราช และเป็นการท้าทายอำนาจรัฐที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ปลายด้ามขวานอยู่ในเขตอิทธิพลขององค์กรร้ายแห่งนี้โดยสมบูรณ์แล้ว แม้การมีอิทธิพลเหนือพื้นที่แห่งนี้จะเป็นเพียงพฤตินัย หากแต่ก็เป็นพลังสำคัญในการดึงผู้คนในพื้นที่ให้เป็นแนวร่วมกับองค์กรร้ายแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะการต่อสู้ในสงครามนอกแบบนั้นจะต้องมีฐานมวลชนในพื้นที่ให้การสนับสนุน แล้วชัยชนะจะเป็นของฝ่ายนั้นในที่สุด นั่นจึงทำให้เห็นว่าการก่อการร้ายตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบันเป็นการกระทำอย่างเป็นขบวนการในรูปแบบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีการวางแผน สั่งการมาจากนอกเขตอธิปไตยของรัฐ จัดระบบให้แกนนำในพื้นที่ปลายด้ามขวานมีการปลุกปั่นความเห็นแปลกแยก มีการสร้างกองกำลังติดอาวุธ มีการจัดหาอาวุธและวัตถุระเบิด มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบทั้งการวางแผน ล็อคเป้าหมาย นำอาวุธหรือระเบิดแสวงเครื่องที่แอบประกอบแล้วมาให้กองกำลังติดอาวุธ การนำพากองกำลังติดอาวุธเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ การนำอาวุธจากทีมปฏิบัติการร้ายไปแอบซ่อน การสนับสนุนการหลบหนีและจัดที่ซ่อนตัวในพื้นที่ป่าเขาและออกนอกประเทศไปยังตอนเหนือของมาเลเซีย การขัดขวางและเหนี่ยวรั้งการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่รัฐ ปกปิดซ่อนเร้นจากมวลชนแนวร่วมขบวนการร้ายเหล่านี้อันเป็นฐานกำลังสำคัญที่มีอยู่ทุกหมู่บ้าน จึงทำให้การก่ออาชญากรรมทุกครั้งของ BRN สำเร็จตามแผนและบรรลุเป้าหมายอันเลวร้ายตามที่ต้องการ
การก่อการร้ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ เป็นการปฏิบัติการระดับยุทธวิธีของกองโจรที่สร้างไว้เป็นกองกำลังติดอาวุธในหมู่บ้านจัดตั้งที่ปัจจุบันเป็นฐานกำลังสำคัญที่เข้มแข็งทุกหมู่บ้าน จนหน่วยงานความมั่นคงของรัฐไม่อาจเข้าถึงหมู่บ้านจัดตั้งเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง และการปฏิบัติการทางยุทธวิธีโดยใช้หมู่บ้านจัดตั้งของ BRN เป็นฐานปฏิบัติการก่อการร้ายทุกรูปแบบโดยเฉพาะการฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ และการปั่นป่วนความสงบสุข ท้าทายอำนาจรัฐครั้งแล้วครั้งเล่า จะส่งผลไปถึงการต่อสู้ในระดับยุทธศาสตร์ที่จัดตั้งไว้ทั้งในการเมืองระดับชาติและแนวร่วมทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่ ที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบด้วยยุทธศาสตร์การต่อสู้กับรัฐและการบัญชาการจากฐานที่อยู่นอกเขตอธิปไตยของรัฐ ทั้งนี้ การเอาชนะรัฐจนได้มาซึ่งเอกราชปาตานีได้ ย่อมต้องอาศัยการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่องด้วยฐานกำลังที่เข้มแข็งในหมู่บ้าน ดังนั้นเป้าหมายสำคัญที่รัฐจะเอาชนะ BRN ให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรกคือ การทุ่มเททุกองคาพยพของรัฐเพื่อเอาชนะกองกำลังกองโจร BRN ที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านจัดตั้งให้ได้ก่อน จึงจะนำมาซึ่งชัยชนะระดับยุทธศาสตร์ในที่สุด








