เสือตัวที่ 6
กองโจรในขบวนการก่อการร้าย BRN หรือ ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานีปฏิบัติการลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐด้วยพลแม่นปืน หรือสไนเปอร์ (Sniper) ที่มีความสามารถสูงในความอดทนพรางตัวเพื่อรอคอยเหยื่อเข้าสู่จุดลั่นไก และความเชี่ยวชาญสูงในการยิงปืนหวังผลสังหารเหยื่อในระยะไกล โดยแอบซุ่มยิงจากบริเวณด้านนอกอาคารใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแม่นยำราวจับวางด้วยกระสุนเพียง 2 นัด เข้าที่ใบหน้า 1 นัดและที่หัวไหล่ 1 นัด เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน บริเวณสถานีตำรวจภูธรสายบุรี ซึ่งเป็น สภ.แห่งใหม่ ที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อช่วงค่ำของ 22 พ.ค. 2569 อย่างอุกอาจ และหลังจากลั่นไกสังหารเจ้าหน้าที่รัฐได้ตามเป้าหมายแล้ว พลซุ่มยิงนี้ยังถอนตัว เล็ดลอดหลบหนี ออกจากจุดซุ่มยิงไปในความมืดได้อย่างมืออาชีพ ทิ้งความตื่นตระหนกไว้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังสับสนและหวาดกลัวภัยจากที่มืดที่พวกเขามองไม่เห็น
ปฏิบัติการโจมตีด้วยการลอบสังหารจากระยะไกลด้วยพลแม่นปืนซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ (Sniper) ของกองโจรติดอาวุธในขบวนการร้าย BRN ในครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แกนนำขบวนการ BRN ใช้วิธีการลักษณะนี้อย่างได้ผล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการต่อสู้ของขบวนการ BRN มีการพัฒนาศักยภาพการสู้รบกับรัฐในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง พวกเขาพัฒนาศักยภาพการสู้รบด้วยอาวุธที่หลากหลายทั้งความสามารถในการลอบวางระเบิดบนถนนที่สร้างอย่างแข็งแรงได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ความสามารถในการก่อวินาศกรรมพื้นที่เศรษฐกิจได้แม้จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความคุ้มครองของรัฐ ความสามารถในการโจมตีด้วยชุดปฏิบัติการที่ถูกฝึกมาอย่างมืออาชีพต่อที่ตั้งของหน่วยงานรัฐแม้กระทั่งจะเป็นฐานปฏิบัติการของทหารและตำรวจเองก็ตาม และครั้งนี้ก็เป็นการโจมตีด้วยคนที่ได้รับการฝึกฝนจนเป็นพลซุ่มยิงที่มีสมรรถนะสูงทัดเทียมกับพลซุ่มยิงของหน่วยงานความมั่นคงระดับประเทศทั่วไป การลั่นไกเพียงนัดเดียวเข้าเป้าหมายบริเวณใบหน้า (ศีรษะ) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักสำคัญของพลแม่นปืนที่ซุ่มยิง จึงบ่งบอกว่าขบวนการ BRN มีกองกำลังติดอาวุธในระดับสูงที่รัฐพึงตระหนักและวางกลยุทธ์ใหม่ให้สอดรับกับศักยภาพของกองโจรที่สูงขึ้น ด้วยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้ทุกวินาที แม้จะไม่มีสัญญาณก่อการร้ายใดๆ หรือจะเก็บตัวอยู่ในที่ตั้งใดๆ ก็ตาม
การต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานโดยไม่มียุทธศาสตร์ นโยบาย และไม่มีแผนการต่อสู้ในระยะยาวของรัฐ ส่งผลให้ขบวนการ BRN สร้างความกล้าแข็งมากขึ้นเป็นลำดับในทุกมิติ ทั้งความกล้าแข็งในทางการเมืองระดับชาติที่คอยให้ท้าย คอยสนับสนุนการต่อสู้ของขบวนการ ในขณะเดียวกันก็คอยบั่นทอนความเข้มแข็งของหน่วยงานรัฐ จนทำให้หน่วยงานภาครัฐทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ทั้งยังทำให้ขบวนการร้าย BRN มีโอกาสในการเสริมสร้างศักยภาพการต่อสู้ด้วยอาวุธถึงขั้นมีพลแม่นปืนที่สามารถซุ่มยิงในระยะไกลได้อย่างแม่นยำความน่าสะพรึงกลัวก็คือเจ้าหน้าที่รัฐมีโอกาสถูกสังหารหรือพรากชีวิตได้ทุกเมื่อโดยไม่มีโอกาสต่อสู้ป้องกันตัว คำถามสำคัญคือกองโจรติดอาวุธของ BRN เหล่านี้อยู่ที่ไหน ใครเป็นหัวหน้าผู้วางแผนและสั่งการให้ปฏิบัติการร้ายตัวจริง และกองกำลังติดอาวุธ คนเชี่ยวชาญในการประกอบระเบิดแสวงเครื่อง ตลอดจนคนแม่นปืนคอยซุ่มยิงเหล่านี้ไปแอบฝึกกันที่ไหน ใครเป็นคนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ประกอบระเบิด อาวุธ กระสุนของพลซุ่มยิงที่ต้องเป็นชนิดพิเศษเหล่านั้นและแอบนำวัสดุอุปกรณ์ อาวุธ กระสุนมาจากไหน
เหล่านั้นคือคำถามสำคัญที่รัฐต้องตระหนักและหยุดยั้งกระบวนการจัดหาองค์ประกอบเหล่านั้นให้ได้ก่อนที่ BRN จะพร้อมใช้วิธีการนั้นมาก่อการร้ายกับรัฐ เพราะการจะมีคนแม่นปืนที่ใช้ซุ่มยิงในระยะไกลได้อย่างแม่นยำนั้น ต้องมีการฝึกฝนอย่างเข้มข้น และองค์ประกอบของการซุ่มยิงต้องใช้คนนำพาพลซุ่มยิงเข้าพื้นที่ คนชี้เป้า คนคอยระวังป้องกันพลซุ่มยิง การรอคอยด้วยความอดทนจนกว่าเป้าหมายในการสังหารจะปรากฏ การพรางตัวดุจปีศาจที่ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจล่วงรู้มัจจุราชที่กำลังจ้องสังหารอยู่ การนำพาเล็ดลอดหลบหนี ถอนตัวออกจากพื้นที่ซุ่มยิงไปตามเส้นทางที่วางแผนไว้ท่ามกลางการแอบสนับสนุนการพาหนีของกลุ่มตนแนวร่วม และการส่งอาวุธปืนที่ใช้ซุ่มยิงให้กับคนซ่อนอาวุธปืนตามแผน และที่สำคัญ องค์ประกอบของการซุ่มยิงคือปืนไรเฟิลซุ่มยิง (Sniper Rifle) ซึ่งเป็นปืนเล็กยาวชนิดพิเศษที่สามารถส่งกระสุนชนิดพิเศษเฉพาะของปืนชนิดนี้เข้าสู่เป้าหมายได้แม่นยำในระยะยิงที่ไกลกว่าอาวุธปืนประจำกายปกติทั่วไป โดยติดตั้งกล้องเล็ง ยิ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับปืน รวมทั้งกระสุนปืนสไนเปอร์ (Sniper Rifle) แตกต่างจากกระสุนปืนทั่วไป โดยถูกออกแบบมาเพื่อให้มีวิถีกระสุนที่เสถียร ต้านลม และรักษาความเร็วได้ดีในระยะไกล
ปรากฏการณ์การซุ่มยิงเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา จนเสียชีวิตด้วยกระสุนเพียง 2 นัด จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา หากแต่มันบ่งบอกว่าขบวนการ BRN ได้ยกระดับการต่อสู้กับรัฐ เสริมสร้างศักยภาพการรบด้วยอาวุธกับรัฐขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่ากังวล และนั่นก็หมายความว่า ทุกชีวิตที่อยู่ตรงข้ามกับขบวนการร้าย BRN กำลังตกอยู่ในอันตรายไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม วันเวลาที่เนิ่นนานไปคือความกล้าแข็งของ BRN ซึ่งรัฐต้องทำลายศักยภาพการสู้รบโดยมุ่งเป้าไปที่การขจัดองค์ประกอบของการซุ่มยิง ตลอดจนตัดวงจรการประกอบระเบิดแสวงเครื่องให้ได้อย่างเด็ดขาด รวมทั้งยกระดับการต่อสู้กับขบวนการร้าย BRN อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว








