ทุกสมรภูมิการสู้รบในสงครามแม่ทัพผู้ชาญฉลาดย่อมพลิกพลิ้วกลยุทธ์การทำศึกไปตามสนามรบในแต่ละแห่งที่นักการสงครามกล่าวกันว่าต่างพื้นที่สนามรบต่างกลยุทธ์ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนั้นยังคงความเป็นอมตะที่ถูกนำมาใช้ในทุกสนามรบจนทุกวันนี้ และกลยุทธ์อันแหลมคมทั้งหลายก็ถูกนำมาใช้ในการต่อสู้กับรัฐของกลุ่มขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างเข้มข้น นับแต่การใช้กลยุทธ์การรบแบบกองโจรไร้ร่องรอยที่รัฐจับทางไม่ได้ ด้วยการปฏิบัติการใต้ดินลึกลับสับขาหลอกจนรัฐยังเข้าใจสับสนขนานใหญ่ว่ารัฐกำลังต่อสู้อยู่กับใคร และใครกันแน่ที่เป็นแกนนำตัวการสำคัญสูงสุดหรือแกนนำในระดับที่กำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้ตลอดจนสับสนว่าใครเป็นแกนนำระดับสั่งการให้กองกำลังในพื้นที่ลงมือเมื่อใด ที่ไหนและอย่างใด โดยล่าสุดการก่อเหตุวินาศกรรมสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่พร้อมกันทั้ง 3 จังหวัดพื้นที่สู้รบของขบวนการร้ายก็ไม่มีกลุ่มใดแสดงตัวว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย ทำให้รัฐสับสนและวิเคราะห์แตกต่างกันไปว่ากลุ่มไหนเป็นคนทำ และทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด ซึ่งนั่นเป็นโจทย์ซ้อนโจทย์ที่รัฐยังคลี่คลายไม่ได้ ทำให้การวางกลยุทธ์ในการต่อสู้กับขบวรการร้ายทำไม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป็นโจทย์ซ้อนโจทย์ที่คลุมเครือ หรือวิเคราะห์กันไปคนละทิศละทาง แนวคิดในการต่อสู้จึงไม่ได้รับการยอมรับกันเองของนักคิดของรัฐที่เห็นต่าง และแนวทางการต่อสู้ของรัฐกับขบวนการร้ายเหล่านี้จึงไม่มีความต่อเนื่องจนกระบวนการต่อสู้ของรัฐไร้ประสิทธิภาพ
และแม้จะมีนักการทหาร นักวิชาการความมั่นคงของรัฐจะวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐว่าเป็นคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ หากแต่ก็ยังมีนักการทหารและนักวิชาการความมั่นคงของรัฐกลุ่มอื่นที่ยังไม่เห็นด้วย หรือพยายามหาตัวตนของคู่ต่อสู้กับรัฐในขณะนี้ว่าเป็นกลุ่ม BRN (ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี) ที่เป็นกลุ่มหลักโดยเห็นว่ายังคงมีศักยภาพในการยึดครองมวลชนและมีพลังการต่อสู้ด้วยอาวุธในขณะนี้ ตลอดจนพยายามอธิบายกลยุทธ์และโครงสร้างของ BRN ให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นฉากๆ หากแต่ยังมีนักการทหารและนักวิชาการความมั่นคงของรัฐเห็นเป็นอย่างอื่น บางกลุ่มโต้แย้งว่าความคิดเห็นของนักการทหารเหล่านั้นเป็นภาพจำที่ล้าหลังและตกยุคไปแล้ว คนกลุ่มนี้วิเคราะห์โต้แย้งว่าโครงสร้างของ BRN และกลยุทธ์การต่อสู้ของขบวนการร้ายเหล่านี้ได้พัฒนาไปหลายอย่างที่ชุดความรู้เดิมไม่สามารถนำมาอธิบายตัวตนของกลุ่มในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง
ตัวตนและอุดมการณ์ที่ส่งผลต่อกลยุทธ์การต่อสู้ของขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ยังคงถูกปกคลุมอยู่ในมุมมืดที่นักการทหารและนักวิชาการความมั่นคงของรัฐต่างวิเคราะห์ตีความและอธิบายออกไปในรูปแบบต่างๆ ที่ส่งผลต่อแนวทางและกลยุทธ์ฝ่ายรัฐที่เหมาะสมในการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามกับรัฐเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้ยังมีกลุ่มนักการทหารบางกลุ่มมีชุดความคิดในการพัฒนาความเจริญนำการใช้กำลังเข้าบังคับใช้กฎหมาย บางกลุ่มเชื่อว่าต้องควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงด้วยการบังคับใช้กฎหมายให้ได้ก่อนการพัฒนาความเจริญสร้างความกินดีอยู่ดีให้คนในพื้นที่ บางกลุ่มเชื่อว่าต้องมุ่งทำลายสลายโครงสร้างองค์กรร้ายให้ได้ก่อนเพื่อเอาชนะเชิงยุทธศาสตร์อันมีผลต่อระดับปฏิบัติในพื้นที่ บางกลุ่มเชื่อในการแย่งชิงประชาชนในพื้นที่ให้ได้ก่อนเพื่อตัดการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธให้อ่อนแอลง บางกลุ่มเชื่อว่าต้องเอาชนะด้วยสันติวิธีนั่นคือการเอาชนะทางความคิดผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพอย่างจริงจังเพื่อยุติการสู้รบด้วยอาวุธอย่างสมบูรณ์ เหล่านี้คือโจทย์แรกที่รัฐยังแก้ไม่ตก ชุดความคิดจากนักการทหารและนักวิชาการรัฐทั้งหลายที่ยังไม่สามารถตกผลึกเป็นแนวทางเดียวกันได้ จึงส่งผลให้การปฏิบัติการของหน่วยงานความมั่นคงที่ต้องนำแนวคิดเหล่านั้นไปใช้กลับต้องขับเคลื่อนไปอย่างลังเล
ด้วยเป็นกลยุทธ์ประการสำคัญที่กลุ่มขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐเหล่านี้ต้องการให้พวกเขาเป็นองค์กรลับที่ซ่อนปนไปกับผู้คนและปกปิดความประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขา ซึ่งเป็นรูปแบบการต่อสู้แบบหนึ่งที่ขบวนการร้ายต้องการให้รัฐสับสนและตีความไปต่างๆ นานา จนขาดพลังต่อสู้จากการไม่มีเอกภาพทางความคิดของรัฐ การขับเคลื่อนการต่อสู้ที่ปิดลับโครงสร้างการบริหารและบุคคลในองค์กรลับตั้งแต่ระดับแกนนำลงไปจนถึงคนระดับแนวร่วม นับเป็นหัวใจสำคัญของการต่อสู้ของพวกเขาอันเป็นลักษณะเฉพาะของขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐในพื้นที่แห่งนี้ที่แตกต่างจากที่อื่น คือจะไม่เปิดตัวเหมือนองค์กรก่อการร้ายแบบสุดโต่งทั่วไป เพราะขบวนการร้ายปลายด้ามขวานมีความชัดเจนในการปลดปล่อยอำนาจรัฐในพื้นที่แห่งนี้ที่เรียกกันว่ารัฐปาตานี พวกเขาประกาศชัดเจนว่าต้องต่อสู้เพื่อเอกราชปาตานี หากแต่โครงสร้างองค์กร กลุ่มบุคคล และกลยุทธ์การขับเคลื่อน รวมทั้งเจตนารมณ์ในการปฏิบัติการร้ายจะถูกปิดลับในระดับสูงสุด ทำให้รัฐต้องวิเคราะห์ตีความให้ความหมายออกไปหลากหลายตามพื้นฐานชุดความรู้และประสบการณ์ของแต่ละสำนักคิด
การต่อสู้ที่ยังไม่อยู่บนฐานความคิดที่ตกผลึกแล้วของรัฐจึงส่งผลให้สนามรบแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกที่คลุมเครือ ซึ่งนั่นเป็นความตั้งใจของขบวนการร้ายแห่งนี้ที่ต้องการให้เกิดขึ้น และมันจะส่งผลให้รัฐต้องถกเถียงกันเองจนไม่อาจเดินหน้าลงมือปฏิบัติการต่อสู้กับพวกเขาได้อย่างเต็มกำลัง การสร้างโจทย์แรกอันคลุมเครือให้รัฐต้องวิเคราะห์ว่าองค์กรร้ายนี้เป็นใครกันแน่ ใครเป็นแกนนำตัวจริง โครงสร้างองค์กรนี้เป็นอย่างไร และพวกเขามีความต้องการอะไรกันแน่ ล้วนเป็นเวลาและโอกาสให้คนในขบวนการร้ายแห่งนี้มีการพัฒนาตัวเองให้กล้าแข็งและกระชับแน่นขึ้น โครงสร้างระดับพื้นฐานในหมู่บ้านถูกควบคุมยึดครองอย่างกระชับแน่นมากขึ้นจากขบวนการร้าย ท่ามกลางภาพความเป็นปกติของคนในหมู่บ้านแต่ซ่อนไว้ซึ่งการเป็นพื้นที่ในอำนาจปกครองของขบวนการ เหล่านี้ล้วนเป็นความยากของรัฐที่จะเริ่มก้าวแรกของการต่อสู้เพราะยังแก้โจทย์ที่ซ้อนโจทย์เหล่านั้นไม่ได้อย่างแท้จริง
#โจทย์ซ้อนโจทย์ #ปลายด้ามขวาน #ความมั่นคง #ไฟใต้ #BRN #วิเคราะห์การเมือง #ความขัดแย้ง #ยุทธศาสตร์ความมั่นคง #สันติภาพ #สถานการณ์ใต้








