ตีโฉบฉวย
การสู้รบกันด้วยอาวุธอย่างรุนแรงของกองทัพระหว่างคู่ขัดแย้งในระดับรัฐต่อรัฐ เช่น ไทยกับกัมพูชา หรือรัฐต่อกลุ่มขบวนการที่ไม่ใช่รัฐ เช่น กลุ่มขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวาน อันเป็นการต่อสู้ที่มีการปะทะกันด้วยอาวุธอย่างรุนแรงที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นปกติสุขของประชาชนในพื้นที่การสู้รบของทั้งสองฝ่ายในวงกว้างนั้น เป็นการต่อสู้ห้ำหั่นกันด้วยอาวุธร้ายแรงที่ใช้ในสงคราม แม้จะดูประหนึ่งว่าเป็นเพียงการใช้กำลังทหารหรือกองกำลังติดอาวุธของคู่ขัดแย้งเข้าปะทะโจมตีกันโดยไม่มีการประกาศสงครามจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม หากแต่การต่อสู้ด้วยอาวุธเหลานั้นล้วนเป็นการโจมตีที่หวังผลทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สินของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งนั่นนับได้ว่าเป็นการปฏิบัติการทางทหารเข้าขั้นการทำสงครามอย่างชัดเจน หากแต่เป็นการทำสงครามที่ไม่มีการประกาศของรัฐอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการต่อสู้กับด้วยอาวุธที่ใช้ในสงครามจนถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตของทั้งสองฝ่าย การดำเนินการเช่นนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐในภาวะสงครามที่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การสู้รบแม้จะเป็นสงครามที่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ คือความขัดแย้งทางทหารระหว่างสองประเทศขึ้นไปโดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ออกประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ ซึ่งกรณีดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กำลังดำเนินอยู่ เมื่อประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เปิดฉากการใช้กำลังทหารรุกคืบเข้าสู่ดินแดนยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022 โดยปูตินใช้คำพูดที่เลี่ยงคำว่าสงคราม ไปเป็นการปฏิบัติการพิเศษทางทหาร โดยยูเครนก็ไม่ได้ประกาศสงครามกับรัสเซียเช่นกัน แม้ว่ายูเครนจะต่อสู้ด้วยกำลังทหารกับรัสเซียในระดับหนึ่งนับตั้งแต่รัสเซียรุกเข้าสู่จังหวัดทางตะวันออกในปี 2014 มาแล้วก็ตาม หากแต่สงครามขนาดใหญ่ที่รัสเซียปฏิบัติการต่อยูเครนครั้งนี้นับเป็นการทำสงครามขนาดใหญ่อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีการประกาศสงครามต่อยูเครนแต่อย่างใด
ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศตามธรรมเนียมปฏิบัติไม่จำเป็นต้องประกาศสงคราม เพียงแค่เริ่มการสู้รบด้วยกำลังอาวุธสงครามก็เพียงพอที่จะแสดงเจตนาที่จะก่อสงครามได้อย่างชัดเจน แต่ทว่าการปฏิบัติการทางทหารหรือการใช้กองกำลังติดอาวุธที่ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารเหล่านั้นเป็นการต่อสู้ที่แลกกันด้วยชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะประเด็นเรื่องเอกราช อธิปไตย หรือบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนผลประโยชน์ของรัฐที่ต่างยื้อแย่งและต่อสู้ช่วงชิงเพื่อให้ได้มาเป็นของตนโดยใช้กำลังทหารหรือกองกำลังติดอาวุธพร้อมด้วยพลังอำนาจทางทหารอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งผสมผสานพลังอำนาจของชาติในมิติอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เหล่านี้จึงเป็นความสำคัญของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าประสงค์ของชาติ โดยการทุ่มเทศักยภาพและพลังอำนาจของชาติทั้งมวลเพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่เกิดจากคู่ต่อสู้เหล่านั้นให้หมดสิ้นไป ซึ่งเข้าขั้นการต่อสู้ด้วยอาวุธทางทหารโดยไม่จำเป็นต้องประกาศสงครามแต่อย่างใด หากแต่ในทางปฏิบัติแล้ว รัฐนั้นๆ ต้องตระหนักว่า การปฏิบัติการทางทหารด้วยกำลังกองทัพอย่างเต็มรูปแบบจะต้องทุ่มเททุกองคาพยพของรัฐไปที่การต่อสู้เพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่เป็นคู่ขัดแย้งเหล่านั้นอย่างเต็มกำลัง เฉกเช่นเดียวกับภาวะสงครามที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
การต่อสู้ด้วยอาวุธสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัฐไทยกับกัมพูชาในห้วงปลายปี 2568 เป็นต้นมา เป็นการต่อสู้กับด้วยอาวุธสงครามของกองทัพทั้งสองอย่างรุนแรงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนทำลายเศรษฐกิจทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นของทั้งสองฝ่ายให้ย่อยยับลงไปอย่างรุนแรง ทำลายระบบสังคมวัฒนธรรมของทั้งสองชาติให้บาดหมางกันอย่างสุดขั้วจนยากที่จะสร้างเสริมให้มีสัมพันธภาพที่ดีดั่งเดิมได้ในเร็ววัน ทำลายระบบความไว้เนื้อเชื่อใจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปอีกยาวนาน ตลอดจนสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ ความอยู่ดีมีสุขของทั้งสองประเทศ เหล่านี้คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการรบปะทะกันอย่างรุนแรงเข้าขั้นสงครามระหว่างรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การต่อสู้รบพุ่งกันทางทหารอย่างรุนแรงดังกล่าวเข้าขั้นสงครามที่รัฐไทยต้องตระหนักมากที่สุดในการทุ่มเทความพยายาม รวมพลังอำนาจของชาติในทุกมิติเพื่อขจัดภัยคุกคามจากรัฐคู่ขัดแย้งนี้ให้สิ้นไปโดยเร็ว รัฐต้องจัดลำดับประเด็นการรบทางทหารกับกัมพูชาครั้งนี้เป็นความสำคัญสูงสุดเพราะเป็นประเด็นปัญหาคุกคามต่อความมั่นคงของชาติที่กระทบต่ออธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอย่างชัดเจน ประเทศกัมพูชามีเจตจำนงในความต้องการดินแดนของรัฐไทย และใช้กำลังทหารเข้าทำสงครามเข้าแย่งยึดดินแดนและอำนาจอธิปไตยรัฐไทยในพื้นที่ไปเป็นของตนเองอย่างเต็มกำลัง ซึ่งนั่นคือภัยคุกคามทางทหารอย่างเปิดเผยที่รัฐไทยจะต้องรวมพลังอำนาจของชาติในทุกมิติเข้าต่อสู้เพื่อรักษาไว้ซึ่งเขตแดนและอธิปไตยของชาติ
ในภาวะสงคราม แม้จะไม่มีการประกาศก็ตาม แต่กระนั้น รัฐก็ต้องตระหนักยิ่งในการทุ่มเททุกองคาพยพของชาติ รวมพลังอำนาจของชาติทั้งพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ ด้วยการตัดสายป่านทางเศรษฐกิจของคู่ขัดแย้ง ใช้พลังอำนาจของชาติตัดการสนับสนุนการนำเข้าพลังงานน้ำมันอันเป็นยุทธปัจจัยหลักในการทำสงครามของคู่ขัดแย้ง ปิดเส้นทางนำเข้ายา เวชภัณฑ์อย่างจริงจังอันจะถูกนำไปใช้ต่อกำลังรบของคู่ขัดแย้ง ใช้พลังอำนาจของชาติทางเทคโนโลยีดิจิทัลในการรบกวน ขัดขวางการสื่อสารทุกรูปแบบ ใช้พลังอำนาจของชาติทางการเมืองระหว่างประเทศ เข้าต่อสู้ในสงครามข้อมูลข่าวสารอย่างทันท่วงทีและมีพลังในการสร้างความชอบธรรมของรัฐในการทำสงครามเพื่อป้องกันตนเอง หากแต่ในภาวะการสู้รบในสงครามที่ไม่ประกาศที่ผ่านมานี้ รัฐยังทุ่มเทพลังอำนาจของชาติในมิติต่างๆ ไม่มากพอ
และการทำการรบเพื่อผดุงไว้ซึ่งบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐในพื้นที่ชายแดนติดกับกัมพูชา อันเป็นสงครามที่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่รัฐก็ต้องทุ่มเทการปฏิบัติด้วยการสานพลังอำนาจของชาติในทุกมิติดังกล่าว ซึ่งนั่นก็เป็นแนวทางเดียวกับภัยคุกคามที่กำลังแย่งยึดอำนาจรัฐ แย่งยึดดินแดนอันเป็นบูรณภาพของรัฐในพื้นที่ชายแดนใต้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เนิ่นนานมาหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน และนับวันขบวนการร้ายเหล่านี้ที่มี BRN เป็นตัวนำ กำลังใกล้บรรลุเป้าหมายเอกราชปาตานีเข้าไปทุกที เพราะในทางปฏิบัติ กลุ่มขบวนการร้ายเหล่านี้ได้สร้างเขตปลดปล่อยอำนาจรัฐไปเป็นเขตปกครองของขบวนการไปเกือบทั้งหมดแล้ว โดยตัวชี้วัดสำคัญคือพื้นที่ปาตานีเหล่านี้เป็นเขตอิทธิพลของพวกเขาที่รัฐเข้าไม่ถึงอย่างแท้จริง ด้วยความทุ่มเทอย่างจริงจังของรัฐในการปกป้องดินแดนของรัฐที่ผ่านมา ยังมีไม่มากพอ เพราะคิดว่าเป็นเพียงการขัดแย้งด้วยอาวุธ และไม่ใช่สงครามอย่างที่เข้าใจ ซึ่งนั่นจะทำให้รัฐต้องสูญเสียดินแดนของรัฐไปในที่สุด








