สถาพร ศรีสัจจัง
ไม่ว่าข้อความบรรยายใต้ภาพของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 2026) กับมารดาที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางอยู่ในสื่อออนไลน์ทั่วโลกมาเป็นระยะหลายปีแล้วนั้น จะเป็นเรื่องจริง เรื่องเสริมแต่ง เรื่องสร้างขึ้นเพื่อล้อเลียน หรือเป็นเรื่องเท็จ (Fake) ก็ตาม แต่ก็ได้รับความสนใจและความนิยมในการ “แชร์” กันต่อ ๆ และ (อาจ) มีความเห็นด้วยกับเนื้อหาในคำบรรยายอยู่ไม่น้อยอย่างแน่นอน!
เนื้อหาในคำบรรยายบอกว่าเป็นคำสัมภาษณ์ของ “นางแมรี่ แอนน์ ทรัมป์” ผู้เป็นมารดา มีเนื้อหาสรุปสั้น ๆ ได้ว่า “ลูกชายของฉัน idiot”
คำว่า “idiot” ในภาษาอังกฤษนั้น พจนานุกรมอังกฤษ-ไทยที่น่าเชื่อถือของ สอ เสถบุตร ให้ความหมายไว้ว่า “idiot (n): ‘คนโง่’, ‘คนบ้า’!”
ที่จริงในคำบรรยายนั้น มีความที่บอกในทำนองว่าถ้าเขาเข้าไปเล่นการเมืองจะเกิดหายนะ หรืออะไรทำนองนั้นไว้ด้วย แต่ช่างเถอะ มาดูเรื่องที่เป็นปรากฏการณ์จริง ๆ วันนี้กันดีกว่า
โลกวันนี้เป็นอย่างไรบ้างกับพฤติกรรมผิดมนุษย์มะนาของประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มาพร้อมกับนโยบาย ”อเมริกา เฟิร์สต์” (MAGA)?
หลังจากทำให้ทั่วโลกปั่นป่วนด้วยการประกาศนโยบายขึ้นภาษี (ฝ่ายเดียว) ขาเข้าเอากับประเทศที่ได้ดุลการค้าอเมริกาทุกประเทศแล้ว ความเป็น ”อภิโจรปล้นโลก” ของจริงก็สำแดงเดช
นั่นคือ ”รุกราน” ประเทศอื่นด้วยกองกำลังติดอาวุธที่เหนือกว่า โดยไม่สนใจเรื่อง ”กฎหมายระหว่างประเทศ” หรือกฎเกณฑ์ทั้งหลายขององค์การสหประชาชาติ (UNO) แต่อย่างใด!
เริ่มด้วยการส่งกองกำลังเข้าจู่โจมจับตัวแบบ ”ลักพาตัว” ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของประเทศเวเนซุเอลา กับภรรยา จากบ้านพักในกรุงการากัส ในวันที่ 3 มกราคม 2026 นำไปกักขังไว้ในคุกอเมริกาเพื่อดำเนินคดี ด้วยข้อหา ”ก่อการร้ายยาเสพติด ค้าโคเคน และครอบครองอาวุธสงคราม”
ปรากฏการณ์แส่เสือกรุกรานประเทศอื่น—เข้าไป ”จัดการ” (เพื่อผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของตัวเอง) เรื่องราวภายในของประเทศอื่นเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในนโยบายของชนชั้นปกครองประเทศสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีมาโดยตลอด ทั้งที่ละเมิดอย่างโจ่งแจ้งและอย่างแอบแฝง
ประสบการณ์เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ต่อประเทศที่สหรัฐอเมริกาต้องการเข้าไปยึด “น้ำมัน” มาเป็น “ผลประโยชน์” ของตัวเอง เช่น
กรณีการเข้าไปรุกรานยึดประเทศอิรัก และจัดการตั้งศาลเตี้ยฆ่า นายซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำของประเทศนั้นอย่างหน้าด้าน ๆ (พ.ศ. 2546) โดยอ้างว่าประธานาธิบดีซัดดัมดังกล่าว เป็น ‘เผด็จการ’ และ ‘สะสมอาวุธทำลายล้างที่อันตรายต่อโลกอย่างร้ายแรง’! ซึ่งได้ปรากฏหลักฐานอย่างชัดแจ้งในภายหลังว่า สิ่งที่อเมริกายกอ้างเหล่านั้นล้วนเป็นข้อกล่าวหาลอย ๆ ที่เป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง! และจนกระทั่งถึงปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาก็ยังคงยึดเอาผลประโยชน์จากน้ำมันทุกหยดของชาวอิรักอยู่—ในนามของ “การช่วยจัดการให้”!
กรณีประธานาธิบดีมาดูโร ผู้นำแห่งประเทศเวเนซุเอลา ที่โดนส่งกองกำลังเข้าไปจัดการ แล้วประกาศยึด “น้ำมัน” ของประเทศนั้นมา “จัดการ” ทุกหยดอยู่ในปัจจุบัน ท่ามกลางการยืนดูแบบตาปริบ ๆ ของประเทศใหญ่น้อย ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ (ที่ทั้งโลกล้วนเน้นที่หลักการ “ตัวกูของกู” คือ “ใครจะผิดจะถูก กูก็ต้องรอดไว้ก่อน!”)
กรณีประเทศลิเบีย! สหรัฐอเมริกาและประเทศในองค์การนาโต (NATO) เข้าสนับสนุนฝ่ายกบฏในประเทศลิเบียที่กำลังถูกฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟี ปราบปรามอย่างหนัก (พ.ศ. 2554) โดยการผลักดันให้เกิด ”สงครามกลางเมือง” แล้วเข้าสนับสนุนฝ่ายกบฏในทุกเรื่อง ที่สำคัญคือช่วยโจมตีทางอากาศต่อฝ่ายรัฐบาล จนฝ่ายกบฏเป็นฝ่ายชนะ ประธานาธิบดีกัดดาฟีถูกสังหารอย่างทารุณโหดร้าย จนคดีเกี่ยวกับความตายของเขายังเป็นที่ข้องใจของผู้รักความเป็นธรรมทั่วโลกอยู่จนปัจจุบัน และสหรัฐอเมริกาก็คือ “พันธมิตร” ของรัฐบาลใหม่แห่งลิเบียที่เข้าไปช่วย “วางแนวทางในการจัดการเรื่องน้ำมัน” ให้เช่นเคย!
ส่วนหนึ่งที่ผู้คนยังข้องใจเรื่อง “การเปลี่ยนผ่าน” ในประเทศลิเบีย ก็เพราะมีหลักฐานข้อมูลเป็นเชิงประจักษ์ชัดเจนทำนองว่า ในช่วงการปกครองประเทศในระบอบเผด็จการของมูอัมมาร์ กัดดาฟี นั้น ผู้คนในประเทศลิเบียอยู่กันอย่างสงบสุขพอควร มีรัฐสวัสดิการที่ดีเยี่ยม ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และพลังงาน มีพัฒนาการทางสังคมที่ตัวเลขขององค์การสหประชาชาติบอกว่าอยู่ในระดับดี—ระดับ “ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI)” ขณะนั้นถือว่าสูงที่สุดของทวีปแอฟริกา!
#การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #ภูมิรัฐศาสตร์ #โลกาภิวัตน์ #อำนาจโลก #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวต่างประเทศ #siamrathonline
ภาพประกอบสร้างโดยAI








