บารอนป้อนข่าว

“อิหร่าน” รอดยากส์

แชร์ข่าว

เปิดเผยจาก ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ประเทศไทย เริ่มต้นเข้าสู่ ฤดูร้อน อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประเทศไทยตอนบน จะมีมวลอากาศเย็นปะทะกับอากาศร้อน ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน อาจมีฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง และ ลูกเห็บตก ในบางพื้นที่ ในช่วงเวลานี้ถึงวันพุธที่ 25 นี้ ทำให้อุณหภูมิลดลงชั่วคราว ก่อนจะกลับมาร้อนจัดอีกครั้ง  

คาดว่าบางพื้นที่อุณหภูมิจะร้อนจัด 42-43 องศา     

แนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อลดความเสี่ยงโรคลมแดด และเพิ่มความระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย กับ ไฟป่า ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งด้วย     

แต่ที่ร้อนแรงกว่า คือ อุณหภูมิสงครามการเมืองของรัฐบาลอิหร่าน ที่ภายในมีการปลุกระดมให้นักศึกษาและประชาชนออกมาเดินขบวนต่อต้านผู้นำศาสนาชนชั้นนำปกครองอิหร่านมานานกว่า 50 ปี นับแต่ โคมัยนีโค่นล้มพระเจ้าชาห์  

พระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน ต้องหลบหนี้ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในอเมริกา พร้อมกับ มกุฎราชกุมารปาห์ลวี ที่อยู่ในวัย 20 ปี    

วัย 70 ปี ในปัจจุบัน ของ มกุฎราชกุมารปาห์ลวี คือ ผู้ที่นักศึกษาและประชาชนอิหร่าน เรียกร้องให้กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้ง

โคมัยนี ก่อนจะโค่นล้มพระเจ้าชาห์ ก็อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ในอเมริกา   

ดูซิว่าล้อเกวียนจะย้อนประวัติศาสตร์ เป็นกงกรรมหมุนกลับทาง มกุฎราชกุมารปาห์ลวี จะมาโค่นล้มผู้นำศาสนาทายาทโคมัยนี ที่เป็นผู้นำประเทศอิหร่านได้สำเร็จหรือไม่

สงครามปลุกระดมนิสิตนักศึกษาให้ออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยมาต่อต้านรัฐบาลบรรลุผลแล้ว

สหรัฐอเมริกา ยังเตรียมยุทธการพร้อมเข้าโจมตีอิหร่าน ด้วยการประกาศแสนยานุภาพ ให้เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี “อับราฮัม” และ “อัลฟอร์ด” ที่ว่ากันว่า เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ใหญ่ที่และทันสมัยที่สุดในโลก         

เหลือแค่ “สั่งการ” เท่านั้น เครื่องบินโจมตีทั้ง เอฟ 35 เอฟ 16 และ บี-1 บอมเบอร์ จะทะยานจากเรือบรรทุกเครื่องบินทั้ง 2 ลำ นอกจากเป้าหมายโจมตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆของอิหร่านแล้ว เป้าหมายใหญ่คือเด็ดชีพผู้นำอิหร่าน เพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง    

สอดคล้องกับคำเรียกร้องของนักศึกษาและประชาชนอย่างไม่ใช่เป็นการบังเอิญ       

เรือดำน้ำพลังงานปรามณู ที่สามารถยิงจรวดนำวิถีโทมาฮอค อันทรงอานุภาพเข้าสู่เป้าหมายขณะ “ล่องหน” ดำน้ำอยู่นอกเขตทะเลอิหร่านได้อย่างแม่นยำ       

ทีเด็ดทีขาดของแสนยานุภาพสหรัฐอเมริกา คือ เครื่องบิน “AWAC”  เปรียบเสมือน "ตาวิเศษ" จะบินกำกับการรบอยู่ในระดับสูงให้ทั้ง “ทัพเรือ” และ “ทัพอากาศ” มีสมองกลติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพศัตรู แอบฟังการสื่อสารคู่ต่อสู้ระหว่างการสู้รบได้แบบเรียลไทม์      

นั่นหมายถึงจะเป็นตัวกำหนดเป้าหมายให้ทั้ง บก เรือ อากาศ ถล่มกองกำลังอิหร่านได้อย่างง่ายดาย

“ทรัมป์” อาจจะแพ้นิติสงครามภายในประเทศ แต่กับสงครามนอกประเทศ ดูจากกรณียุทธการบุกจับประธานาธิบดีเวเนซูเอล่า ต้องยอมรับ “ทรัมป์” ทีเด็ดทีขาดจริงๆ

 ยังไม่นับ นายเนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่กระเหี้ยนกระหือรือ อาสาจะบุกอิหร่านทุกลมหายใจเข้าออก

“บารอน” ขอบอก โอกาสรอดแทบจะไม่มี

ข่าวแนะนำ