ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ
รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
ในโลกยุคปัจจุบัน คำว่า "ความมั่นคง" ไม่ได้หมายถึงเพียงกำลังทหารหรืออาวุธยุทโธปกรณ์อีกต่อไป หากแต่หมายถึงความสามารถของรัฐในการธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ความเป็นปึกแผ่นของสังคม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สาธารณสุข เทคโนโลยี และอื่นๆอีกมากมาย ประเทศที่มั่นคงที่สุด จึงมิใช่ประเทศที่มีกองทัพใหญ่ที่สุด หากแต่เป็นประเทศที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด
ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาติ จึงมิได้จำกัดอยู่เพียงพิธีการ หากแต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของ "ความมั่นคงแห่งรัฐ" ในความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่หลายคนอาจเคยนึกถึง
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงแสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจจำนวนมากที่สะท้อนแนวคิดด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของกองทัพ การบริหารจัดการภัยพิบัติ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาคน และการสร้างเอกภาพของประเทศ
หากจะนิยามพระราชภารกิจเหล่านี้ด้วยศัพท์ทางรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อาจกล่าวได้ว่า พระองค์ทรงเป็น "กษัตริย์นักความมั่นคง" ผู้ทรงมองความมั่นคงในมิติที่กว้างกว่าความมั่นคงทางทหารเพียงอย่างเดียว
ในด้านการทหาร พระองค์ทรงได้รับการฝึกฝนทางการทหารอย่างเข้มข้นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านการศึกษาวิชาทหาร การบิน และการปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่าทัพหลายแขนง ประสบการณ์ดังกล่าวมิได้เป็นเพียงประวัติส่วนพระองค์ หากแต่หล่อหลอมให้ทรงเข้าใจธรรมชาติของความมั่นคงตั้งแต่ระดับยุทธวิธีไปจนถึงระดับยุทธศาสตร์
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ พระราชกรณียกิจในช่วงที่ทรงครองราชย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์มิได้ทรงมอง "ความมั่นคง" ผ่านมิติของกำลังทหารเพียงอย่างเดียว หากทรงให้ความสำคัญกับ "ความพร้อม" ของประเทศในทุกด้าน อาทิ ในยามที่เกิดอุทกภัย ไฟป่า ภัยแล้ง หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งและสนับสนุนหน่วยพระราชทาน ตลอดจนโครงการจิตอาสาพระราชทาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เสมือนเป็นการเสริมสร้าง "Resilience" หรือความสามารถของสังคมในการฟื้นตัวจากวิกฤต ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของความมั่นคงในศตวรรษที่ 21
นอกจากนี้ โครงการจิตอาสาพระราชทานยังมีความหมายมากกว่าการรวมตัวของอาสาสมัคร เพราะเป็นกระบวนการสร้าง "ทุนทางสังคม" (Social Capital) ทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ การร่วมมือ และความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ตรงตามตำราที่นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า ประเทศที่ประชาชนพร้อมช่วยเหลือกันเองในยามวิกฤต ย่อมมีพลังในการฟื้นตัว และมีความมั่นคงสูงกว่าประเทศที่พึ่งพารัฐเพียงฝ่ายเดียว
ในอีกด้านหนึ่ง พระราชกรณียกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Security) อย่างชัดเจน พระราชดำริและพระราชกรณียกิจหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูป่า การบริหารจัดการน้ำ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ จึงมิใช่เพียงการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างรากฐานของความมั่นคงในระยะยาว เช่นเดียวกับพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการช่วยเหลือบุคลากรทางสาธารณสุขในหลายพื้นที่
สอดคล้องกับทฤษฎีความมั่นคงแบบองค์รวม (Comprehensive Security) ซึ่งมองว่าความมั่นคงของประเทศ มิใช่เพียงการปกป้องพรมแดน แต่คือการปกป้องผู้คน วิถีชีวิต ทรัพยากร และความสามารถของประเทศในการดำรงอยู่ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง ให้มั่นคงทุกมิติและทุกระดับพร้อมๆกัน
เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม พสกนิกรชาวไทยต่างพร้อมใจกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของบ้านเมือง
พระราชกรณียกิจเหล่านี้มิได้เป็นเพียงภารกิจของพระมหากษัตริย์ หากแต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า ความมั่นคงที่แท้จริง มิได้เริ่มต้นจากอาวุธ หากเริ่มต้นจากความรับผิดชอบ ความเสียสละ การเตรียมพร้อม และการไม่ทอดทิ้งประชาชนในยามที่ประเทศต้องเผชิญความท้าทาย
และนั่นอาจเป็นความหมายที่ลึกซึ้งที่สุดของคำว่า "กษัตริย์นักความมั่นคง" —พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชาติผ่านการพัฒนาคน การสร้างความพร้อมของสังคม และการธำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในวันนี้และในอนาคต.








