มองโลก เหลียวไทย

Rule Disregard World : เมื่อโลกอยู่ในภาวะ “โนสน โนแคร์”

แชร์ข่าว

ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ

รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า 

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โลกเชื่อมั่นว่าระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ระเบียบโลกที่มีกติกา มีบรรทัดฐาน และมีสถาบันระหว่างประเทศเป็นกลไกกำกับดูแล สิ่งที่เรียกว่า “Liberal International Order” หรือระเบียบโลกแบบเสรีนิยม ถูกมองว่าเป็นเสาหลักและความหวังของเสถียรภาพโลกหลังสงครามเย็น ไม่ว่าจะเป็นกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ องค์กรพหุภาคี ตลอดจนแนวคิดเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกลับมาที่สถานการณ์โลกในปัจจุบัน หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาเหล่านั้นกำลังเสื่อมถอยลงหรือไม่ หรือโลกกำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “กติกายังมีอยู่ แต่ไม่มีใครสนใจจะปฏิบัติตาม”

หากพิจารณาจากเหตุการณ์สำคัญในช่วงไม่นานที่ผ่านมา เราต่างได้เห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า หลายประเทศ โดยเฉพาะมหาอำนาจ เริ่มให้ความสำคัญกับ “อำนาจ” มากกว่ากติกา และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายฝ่ายเดียว (unilateralism) เพื่อผลประโยชน์ของตน

สงครามในหลายภูมิภาคของโลกสะท้อนภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสงครามในยุโรปตะวันออก ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หรือการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ในอินโด-แปซิฟิก หลายกรณีเกิดขึ้นโดยที่กลไกขององค์การระหว่างประเทศไม่สามารถยับยั้งได้ หรือบางครั้งมหาอำนาจเองก็เลือกที่จะไม่ยึดถือกติกาที่ตนเคยสนับสนุน

ปัญหาที่สำคัญจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “กฎไม่ดี” แต่เป็นเพราะ “ไม่มีใครเกรงใจกฎอีกต่อไป” โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามที่เกิดขึ้นโดย “มหาอำนาจ”

ปรากฏการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหัวข้อสนทนาของนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำนวนไม่น้อยเริ่มพูดถึงภาวะ “ไม่แคร์กฎระเบียบ” หรือ “Rule Disregard World” หรือสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่รัฐต่าง ๆ ยังคงพูดถึงกติกา แต่ในทางปฏิบัติกลับเลือกใช้พลังอำนาจเป็นเครื่องมือหลักในการกำหนดผลลัพธ์

ในมุมมองของทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แนวโน้มนี้สะท้อนการกลับมาของแนวคิดแบบ Realism อย่างชัดเจน กล่าวคือ ในโลกที่ไม่มีอำนาจเหนือรัฐ (anarchy) แต่ละประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาศักยภาพของตนเองเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของรัฐ

ในช่วงหลังสงครามเย็น โลกเคยเชื่อว่าแนวคิดเสรีนิยม (Liberalism) ซึ่งเน้นความร่วมมือและสถาบันระหว่างประเทศจะช่วยลดบทบาทของการเมืองแบบอำนาจลงได้ แต่สถานการณ์ในโลกยุค หลัง-หลังสงครามเย็น (Post Post Cold War) อย่างปัจจุบันกลับชี้ให้เห็นว่า เมื่อผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจถูกท้าทาย กติกาสากลก็อาจถูกตีความใหม่ หรือแม้แต่ถูกละเลยได้อย่างรวดเร็ว

อีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้ระเบียบโลกแบบเดิมสั่นคลอน คือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอำนาจโลก (power transition) เมื่อมหาอำนาจใหม่อย่างจีนก้าวขึ้นมาท้าทายบทบาทของสหรัฐอเมริกา การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจจึงกลับมาเป็นศูนย์กลางของการเมืองโลกอีกครั้ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง สหรัฐจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ได้สำเร็จ

การแข่งขันดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการทหารเท่านั้น แต่ขยายไปสู่เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และแม้กระทั่งพื้นที่ไซเบอร์ ส่งผลให้โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ความขัดแย้งมีหลายมิติและซับซ้อนมากขึ้น

สงครามและความขัดแย้งงวดนี้ จึงอาจไม่ใช่แค่สงครามที่รบกันด้วยอาวุธเท่านั้น แต่จะมีวงกว้างมากกว่าเดิม ผู้เล่นจะไม่ใช่แค่ทหาร แต่จะกลายเป็นหลายส่วนที่ต้องมะรุมมะตุ้มกัน

บางคนมองว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Post-Liberal Order” หรือระเบียบโลกหลังเสรีนิยม ขณะที่บางคนมองว่าเราอาจกำลังเข้าสู่ระบบที่ใกล้เคียงกับการเมืองระหว่างประเทศในศตวรรษที่ 19 มากขึ้น กล่าวคือ โลกที่มหาอำนาจแข่งขันกันอย่างเข้มข้น และกติกามีบทบาทรองลงมาจากสมดุลอำนาจ

ในบริบทเช่นนี้ หลายประเทศเริ่มหันกลับมาพูดถึงแนวคิดเรื่อง “self-help” หรือการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงมากขึ้น ขณะที่สถาบันพหุภาคีซึ่งเคยเป็นกลไกสำคัญของระเบียบโลกกลับถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและบทบาทของตน

สำหรับประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่นประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในโลกที่กติกาอ่อนแอลง ประเทศที่มีอำนาจน้อยกว่าย่อมเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้น

ในอดีต ประเทศขนาดกลางมักพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศและสถาบันพหุภาคีเพื่อคานอำนาจมหาอำนาจ แต่หากกลไกเหล่านั้นอ่อนแรงลง การกำหนดยุทธศาสตร์ต่างประเทศของประเทศเหล่านี้ก็จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและรอบคอบมากขึ้น

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ประเทศไทยควรวางตำแหน่งของตนอย่างไรในโลกที่กติกากำลังถูกท้าทาย

เราควรยึดมั่นกับระบบพหุภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป หรือควรปรับยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกที่อำนาจกลับมาเป็นปัจจัยหลักอีกครั้ง ?

เอวัง

#RuleDisregardWorld #ระเบียบโลก #การเมืองระหว่างประเทศ #มหาอำนาจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สหรัฐจีน #PostLiberalOrder #สถาบันพระปกเกล้า #siamrathonline