ความพ่ายแพ้ของพรรคประชาชน ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ล่าสุดนี้ สิ่งที่น่าสะดุดใจคือ "ปฏิกิริยา" ของนักวิชาการ ที่พยายามชี้เป้าว่าความพ่ายแพ้ของ "ดร.โจ" ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มาจากความผิดพลาดในการเปิดตัว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ว่าจะเข้ามารับตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ เข้าตำราภาษิตไทยที่ว่า "รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง"
ในประวัติศาสตร์การเมือง การเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร มีลักษณะเฉพาะและมีตัวแปรที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ออกเสียงมีมิติที่สลับซับซ้อนเกินกว่าจะสรุปได้ด้วยปัจจัยเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย, ความนิยมส่วนตัวของผู้สมัคร, การบริหารจัดการฐานเสียง, และเหนือสิ่งอื่นใด คือ “อารมณ์” ของคนกรุงเทพฯ
การที่นักวิชาการบางท่านพยายามเน้นย้ำว่า การปรากฏตัวของ ศ.ดร.สุรพล ผู้ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นนักวิชาการกฎหมายสายอนุรักษนิยมหรือกลุ่มอำนาจเก่าในสายตาของคนรุ่นใหม่ คือ "สารเร่ง" ที่ทำให้ฐานเสียงหลักของพรรคประชาชนเกิดความละเลยหรือบอยคอตนั้น ถือเป็นการประเมินวุฒิภาวะทางการเมืองของผู้ออกเสียงต่ำเกินไป
เชื่อว่า ใน 1.44 ล้านเสียงที่เทคะแนนให้กับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้ตัดสินใจบนฐานของความเกลียดชังตัวบุคคลในทีมงานเพียงคนเดียว แต่เขามองภาพรวมว่า "ใคร" ที่ทำงานได้ และหาก ชัชชาติ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในรอบนี้ เมื่อดูจากผลคะแนนที่ออกมาในแต่ละเขต ผู้สมัครของพรรคประชาชนก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกของคนกรุงเทพฯ
ทางที่ดี "ส่องกระจก" มองความจริงอย่างตรงไปตรงมา จะพบว่ามีสัญญาณเตือนตลอดในช่วงการหาเสียง ที่เน้นการสร้างวาทกรรม เมื่อผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามเป้า การดึงคนเพียงคนเดียวมาเป็นแพะรับบาป ก็จะยิ่งเสริมอัตตาให้กับพรรคประชาชน กลายเป็น “ตาบอดคลำช้าง” ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นจึงควรยอมรับความพ่ายแพ้ในเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าการโยนบาปให้ตัวบุคคล
#เลือกตั้งผู้ว่ากทม #พรรคประชาชน #ดรโจชัยวัฒน์ #การเมืองกทม #ศดรสุรพล #วิเคราะห์การเมือง #ชัชชาติ








