ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พยายามฉายภาพซ้ำถึงสองครั้งสองครา ทั้งในวงปิดที่ตึกไทยคู่ฟ้าและกลางเวทีสาธารณะอย่างงานก่อการครูนั้น ถึงเส้นแบ่งระหว่างเกมอำนาจกับภารกิจของรัฐให้แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด
โดยยศชนันเลือกใช้คำว่า "การบริหารบ้านเมือง" เป็นเกราะกำบังและเป็นเข็มทิศนำทาง เพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวลึกในอดีตระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงร่องรอยความขัดแย้งของตระกูลการเมืองใหญ่ได้อย่างมีชั้นเชิง การระบุว่าความเดือดร้อนของประชาชนซับซ้อนเกินกว่าจะแบ่งแยกตามส่วนราชการ และการยืนยันว่าภาษีของประชาชนไม่ควรถูกนำมาผสมกับความขัดแย้งทางการเมือง คือการประกาศ "เขตปลอดสงครามตัวแทน" เพื่อให้กลไกของรัฐบาลเดินหน้าไปได้โดยไม่ต้องพะวงกับบาดแผลเก่า
ทัศนคติที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์มากกว่าคะแนนเสียงนี้ ถูกนำมาขยายความให้แหลมคมยิ่งขึ้น เมื่อเขานำมาเชื่อมโยงกับอนาคตของเยาวชนไทย โดยยศชนันใช้ "คุณภาพชีวิตเด็ก" เป็นเดิมพันสำคัญที่อยู่เหนือวงโคจรของการเลือกตั้งครั้งหน้า ประโยคที่ว่าการเมืองควรแยกออกจากการบริหารบ้านเมือง เพื่อไม่ให้การดูแลเยาวชนต้องช้าลงไปเพราะการทะเลาะเบาะแว้ง คือการสร้างความชอบธรรมที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
เป็นการเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์จากนักการเมืองสายลากตั้ง ไปสู่การเป็น "นักบริหารเชิงยุทธศาสตร์" ที่ใช้ความรู้และนวัตกรรมเป็นตัวตั้ง นี่คือยุทธศาสตร์การสร้างเสถียรภาพที่ชาญฉลาด เพราะหากรัฐบาลชุดนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่า "ผลงาน" สามารถอยู่เหนือ "พรรคพวก" และ "การบริหาร" สามารถอยู่เหนือ "บุญคุณความแค้น" ได้จริง
มันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้างที่ดึงดูดทั้งการลงทุนจากต่างชาติ และความศรัทธาจากประชาชนที่เบื่อหน่ายกับความขัดแย้งแบบเดิม
#ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #การเมืองไทย #กระทรวงอว #บริหารบ้านเมือง #อนาคตเด็กไทย #SoftPowerไทย #พรรคเพื่อไทย








