ในสมรภูมิการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยกับดักและทางแยก การจะยืนระยะให้เป็น "ตำนาน" ไม่ใช่แค่ "พลุ" ที่สว่างแล้วดับไป จำเป็นต้องใช้ศิลปะแห่งการผ่อนหนักผ่อนเบา
กรณีของพรรคกล้าธรรมที่กำลังถูกบีบให้ “ถอนตัว” จากการเข้าร่วมรัฐบาลเอง แต่จะยอมกลืนเลือดหรือสู้กลับ ประเด็นนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง
แม้จะเคยชนะลุงป้อมมาแล้ว แต่กับลุงเนวินอาจไม่เป็นเช่นนั้น
ขืนหักด้ามพร้าด้วยเข่า สมการการเมืองอาจไม่เป็นอย่างใจคิด
ทว่าหากถือคติ “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ” อาจเหมาะสมกับสถานการณ์นี้มากกว่า
การ "อยู่ให้เป็น" ไม่ใช่การยอมจำนน แต่มันคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควร "รุก" และเมื่อไหร่ควร "หมอบ"
พรรคกล้าธรรมเปรียบเสมือนเรือลำใหม่ในมหาสมุทรที่คลื่นลมแรง การพยายามทำตัวเป็นพายุเสียเองอาจทำให้เรือล่มก่อนถึงฝั่ง
จาก "จิ๊กซอว์ที่ขาดไม่ได้" อาจกลายเป็น "คู่ขัดแย้งที่ต้องกำจัด" ความแข็งกร้าวที่มากเกินไปจะดึงดูดศัตรู
ผู้เขียนเห็นนักการเมืองอนาคตไกลหลายคนตกม้าตายเพราะ "อารมณ์" เพียงชั่ววูบ
การถูกกดดันหรือถูกโดดเดี่ยวทางการเมืองเป็นเรื่องชั่วคราว แต่การตอบโต้ด้วยความสะใจคือรอยแผลถาวร
ในวันที่พายุใหญ่จงทำตัวเป็นต้นไผ่ที่ลู่ตามลมแต่ไม่หักสะบั้น การ "เย็นให้พอ" จะช่วยให้มองเห็นช่องว่างของคู่ต่อสู้ได้ชัดเจนขึ้น
เพราะในขณะที่คนอื่นกำลังรุ่มร้อน ท่านคือคนที่กุมสติได้ดีที่สุด
ด้วยเชื่อกันว่าแม้จะตกรถไฟ ครม. ขบวนนี้ แต่ก็อาจมีรอบหน้าในการปรับ ครม. อนุทิน 2/2 หรือ อนุทิน 2/3 รออยู่
หากท่านเตรียมตัวมาดีพอก็ “ประแป้ง” รอโอกาสทองให้ท่านดูสง่างามดีกว่าไม่ต้องออกแรง
หากยังแข็งขืน อาจโดนพิษ "งูเห่า" ทำร้ายเอาได้
#การเมืองไทย2026 #พรรคกล้าธรรม #ธรรมนัส #อนุทิน2 #ปรับครม #เนวินชิดชอบ #เกมอำนาจ








