เมื่อตั้งคำถามให้ AI ตอบถึงการเข้ามาแทนที่ผู้สื่อข่าว และข้อสังเกตการได้มาซึ่งเชิงลับ หรือข่าวเชิงลึกจากแหล่งข่าว ได้รับคำตอบที่น่าสนใจดังนี้ "เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามาเขย่าวงการสื่อสารมวลชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI กำลังเข้ามาเป็น “ผู้ช่วย” ที่เก่งกาจและ “คู่แข่ง” ในบางพื้นที่ของงานข่าว แต่ยังไม่ใช่ “ตัวแทน” ของผู้สื่อข่าวที่มีประสบการณ์
AI สามารถจัดการกับการรายงานพื้นฐาน (Routine Reporting) และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ งานเช่นการสรุปผลการแข่งขันกีฬา รายงานตลาดหุ้น หรือการแปลงสคริปต์การประชุม สามารถถูก “แทนที่” หรือ “ทำโดยอัตโนมัติ” ได้เกือบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นโอกาสให้ผู้สื่อข่าวปลดเปลื้องภาระงานซ้ำซากเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม แก่นแท้ของวิชาชีพยังคงอยู่ในมือของมนุษย์ AI ยังขาดวิจารณญาณเชิงบรรณาธิการ (Editorial Judgment) ความเข้าใจเชิงจริยธรรม และความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ (Relational Interviewing) เพื่อทำการสืบสวนเชิงลึกที่ซับซ้อน
หัวใจของการทำข่าวเชิงสืบสวนคือการเข้าถึงแหล่งข่าว (Source) ที่พร้อมจะเปิดเผยความจริงหรือข่าวลับ (Exclusive) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อตัวเขาเอง แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเหล่านี้จะไม่เลือกเปิดเผยข้อมูลให้กับ AI ด้วยเหตุผลสำคัญสามประการ
1. การขาดความไว้วางใจส่วนบุคคล AI เป็นเพียงอัลกอริทึมที่ประมวลผลข้อมูล ไม่สามารถสร้างความไว้วางใจหรือรักษาความลับในความหมายทางจริยธรรมของมนุษย์ได้ การป้อนข้อมูลลับเข้าสู่ AI เท่ากับการป้อนเข้าสู่ฐานข้อมูลที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล
2. การขาดการรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวคือผู้ที่รับผิดชอบทางกฎหมายและจริยธรรมในการปกป้องแหล่งข่าว แต่ AI ไม่มีมโนธรรมหรือความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบของข้อมูลที่เปิดเผย
3. การสัมภาษณ์ที่ต้องใช้มนุษยธรรม การดึงข้อมูลลับออกมาจากแหล่งข่าวในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ต้องอาศัยทักษะในการสร้างความรู้สึกร่วม (Empathy) การสังเกตภาษากาย และการโน้มน้าว ซึ่งเป็นทักษะที่เกิดจากประสบการณ์ของมนุษย์เท่านั้น
ดังนั้น ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับแหล่งข่าวคือกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งยืนยันว่า AI จะเป็นเพียงผู้ช่วยในการค้นหาข้อมูลเบื้องต้น แต่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถปิดดีลข่าวลับได้ ผู้สื่อข่าวจำเป็นต้องปรับบทบาทของตนเอง
1. ยกระดับบทบาท ผู้สื่อข่าวต้องเปลี่ยนจากการเป็นผู้รวบรวมข้อมูลมาเป็น “ผู้กำกับดูแลเนื้อหาเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Content Curator) และ “นักสืบสวนเชิงมนุษย์” (Human Investigator) ใช้เวลาที่เหลือจากการทำรายงานพื้นฐานไปกับการสร้างความสัมพันธ์และการตรวจสอบข้อมูลที่ซับซ้อน
2. พัฒนาทักษะการใช้ AI ผู้สื่อข่าวต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็น “เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล” ที่ทรงพลัง ฝึกฝนการใช้พรอมต์ (Prompting) เพื่อระบุแนวโน้มและหาผู้ที่อาจเป็นแหล่งข่าว เพื่อประหยัดเวลาในการสืบสวนเบื้องต้น
3. เน้นความเชี่ยวชาญด้านมนุษย์ ลงลึกในประเด็นที่ต้องใช้ความเข้าใจในบริบททางสังคมและวัฒนธรรม และการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่มีชั้นเชิงทางอารมณ์ ซึ่ง AI ยังไม่สามารถเลียนแบบ “วิญญาณ” ของการเล่าเรื่องได้
4. สร้างความรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวต้องรับบทเป็น “ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง” (Fact-Checker) และ “ผู้กลั่นกรองเชิงจริยธรรม” คนสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นมีความเที่ยงตรงและไม่มีอคติ และที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องแหล่งข่าวลับด้วยความรับผิดชอบส่วนตัว
AI จะไม่เข้ามา “แทนที่” แต่จะเข้ามา “ปรับปรุง” และ “เปลี่ยนบทบาท” ของผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวที่อยู่รอดในอนาคตคือผู้ที่สามารถใช้ AI เพื่อเสริมความเป็นมนุษย์และวิจารณญาณของตนเองในการสร้างสรรค์ข่าวที่มีคุณค่าและเข้าถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ได้ในที่สุด"
ทั้งหมดนั้น อาจเป็นเพียงคำปลอบประโลมหรือเป็นข้อความให้ความหวัง แต่อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่ AI ยังไม่สามารถขโมยไปได้
#AIกับสื่อ #อนาคตสื่อมวลชน #งานข่าว #สืบสวนข่าว #เทคโนโลยีสื่อ #AIthailand #สื่อออนไลน์ #สื่อยุคใหม่








