ผ่าแนวคิด "รัฐพันลึก" วัดใจดีล "พรรคส้ม" สวมปลอกคอเข้าทำเนียบ?
ปรากฏการณ์ที่กลุ่มอำนาจเก่าผู้ทรงอิทธิพลหลังม่าน จะยอมเปิดทางให้พรรคการเมืองคู่ขัดแย้งเชิงอุดมการณ์อย่าง "พรรคสีส้ม" ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้บริหารประเทศ คือฉากทัศน์ที่แทบจะเป็นกบฏต่อความเชื่อทางการเมืองไทยกระแสหลัก
แต่ในห้วงยามที่โครงสร้างอำนาจเดิมกำลังเผชิญหน้ากับความเปราะบางขั้นสุด ข้อเสนอนี้กลับถูกหยิบยกมาวิเคราะห์อย่างมีน้ำหนักผ่านมุมมองของ พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
คำถามคือ อะไรบีบคั้นให้ "รัฐพันลึก" ต้องยอมทบทวนจุดยืนตนเอง เพื่อเปิดทางให้ขั้วตรงข้ามเข้ามาบริหารบ้านเมือง?
ความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนซ่อนอยู่ในสภาวะร่อแร่ของพรรคแกนนำหลักหรือ "พรรคสีน้ำเงิน" ในปัจจุบัน หากมองภาพการเมืองเป็นเรือลำใหญ่ กัปตันคนปัจจุบันไม่ได้พาเรือฝ่าพายุ แต่กำลังพุ่งชนโขดหินแห่งศรัทธามวลชน คดีความทางการเมืองที่พันตูลุกลาม แผลฉกรรจ์จากการบริหาร และภาพลักษณ์ที่ พล.ท.ภราดร เปรียบเปรยอย่างเจ็บปวดว่าเป็นเสมือน "ภาระที่หนักอึ้งเกินเยียวยา" กำลังสร้างแรงกระเพื่อมเชิงลบไปทั้งระบบ ผู้เล่นหลังม่านที่เคยประคองแบกรับเรือลำนี้เริ่มตระหนักอย่างชัดเจนว่า หากดันทุรังอุ้มต่อไป วิกฤตศรัทธาจะกัดกินฐานอำนาจของตนจนพังทลายลงมาทั้งองคาพยพ
ครั้นจะใช้วิธีทุบโต๊ะ "ยุบสภา" เพื่อล้างไพ่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ก็ดูจะเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจแบกรับได้ เพราะในจังหวะก้าวที่เศรษฐกิจปากท้องของประชาชนกำลังดิ่งเหว การสร้างสุญญากาศทางการเมืองคือการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่บอบช้ำอยู่แล้วให้แหลกสลาย
ทางฝั่งเจ้าของพรรคสีน้ำเงินเองก็คำนวณตัวเลขในใจออกว่า หากต้องลงสนามเลือกตั้งท่ามกลางอารมณ์ความเบื่อหน่ายของสังคม จำนวน สส. เกือบสองร้อยชีวิตที่เคยตุนไว้ อาจร่วงหล่นลงมาเหลือเพียงตัวเลขสองหลัก ไพ่ยุบสภาจึงกลายเป็นเพียงอาวุธข่มขู่ที่ไร้คม เพราะผู้ถือจ้องตาแล้วก็รู้ทันกันว่าไม่มีใครกล้าเหนี่ยวไกจริงในเวลานี้
เมื่อการคืนอำนาจให้ประชาชนไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัยสำหรับผู้กุมอำนาจ การเขย่าหลอดทดลองทางการเมืองเพื่อหาพันธมิตรขั้วใหม่จึงก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ปฏิบัติการตั้งรับของ "พรรคสีเขียว" ซึ่งกำลังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรคจากคดีที่นครศรีธรรมราช กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ การย้ายสำมะโนครัวไปควบรวมกับ "พรรคสีแดง" ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะโดยแก่นแท้แล้ว ทั้งสองพรรคต่างขับเคลื่อนด้วยดีเอ็นเอระบบ "บ้านใหญ่" ที่จัดสรรผลประโยชน์และผูกขาดฐานเสียงด้วยตรรกะเดียวกัน
และเมื่อมวลน้ำสีเขียวไหลไปรวมกับสีแดง สัดส่วนที่นั่ง สส. จะพองตัวทะลุหนึ่งร้อยสามสิบเสียงทันที
ตัวเลข สส. ที่ขยายใหญ่ขึ้นของพรรคสีแดงนี้เอง คือคานงัดที่ทรงพลังพอจะสยบอำนาจต่อรองของพรรคสีน้ำเงิน และปูทางไปสู่สมการใหม่ที่ดึง "พรรคสีส้ม" เข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ด้วยโครงสร้างใหม่นี้ พรรคสีแดงจะยังคงความชอบธรรมในการยึดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไว้ได้ ขณะที่สัดส่วนรัฐมนตรีก็ถูกแบ่งปันอย่างสมดุลมากขึ้น ไม่ถูกผูกขาดกินรวบเหมือนยุคก่อนหน้า เป็นดีลข้ามขั้วภาคสองที่ผู้เล่นในสภาต่างได้สูดลมหายใจเฮือกใหม่เพื่อเอาตัวรอด
ถึงกระนั้น การตีความว่ารัฐพันลึกยอมศิโรราบให้กับพรรคสีส้มอย่างสิ้นเชิง คงเป็นมุมมองทางการเมืองที่โลกสวยเกินไป การ "อนุโลม" ให้คู่ขัดแย้งก้าวขึ้นมาสู่อำนาจครั้งนี้ คือกลยุทธ์ยืมมือฝ่ายตรงข้ามมากู้ชีพเศรษฐกิจที่กำลังจะพาโครงสร้างทั้งหมดพังทลายลงมาทับทุกคน รัฐพันลึกรู้ดีว่าภาพลักษณ์และพลังทางสังคมของพรรคสีส้ม สามารถซื้อเวลาและดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้ในระยะสั้น ทว่า การเดินเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลของขั้วอำนาจใหม่นี้ ต้องแลกมาด้วยการสวมปลอกคอที่มองไม่เห็น
สิ่งที่แวดวงการเมืองรวมถึง พล.ท.ภราดร ตั้งข้อสังเกตคือกลไก "นิติสงคราม" คดีความที่ยังคาราคาซังอยู่บนสายพาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมของ 44 สส. หรือข้อกฎหมายอื่นๆ เปรียบเสมือนตะขอที่เกี่ยวหลังรัฐบาลใหม่ไว้ทุกลมหายใจ หากผู้เล่นใหม่เริ่มล้ำเส้น ขยับรื้อโครงสร้างลึกเกินไป หรือเปลี่ยนสภาพจากแมวกลายเป็นเสือที่คุมไม่อยู่ เงื่อนไขทางกฎหมายเหล่านี้ก็อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสกัดกั้นผู้เล่นขั้วใหม่ได้ทุกเมื่อ นี่คือความเสี่ยงที่ถูกคำนวณไว้แล้วบนกระดานอำนาจ
ฉากทัศน์การเมืองที่กำลังจะก่อตัวขึ้นนี้ จึงไม่ใช่ชัยชนะเบ็ดเสร็จของอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่เป็นบททดสอบอันท้าทายในกรงทองของขั้วอำนาจใหม่
พรรคสีส้มกำลังยืนอยู่บนทางแยกแห่งประวัติศาสตร์ที่ต้องตัดสินใจว่า จะยอมรับเงื่อนไขประนีประนอมบริหารประเทศภายใต้ความสุ่มเสี่ยงที่แขวนอยู่ เพื่อรอจังหวะรื้อถอนโครงสร้างอำนาจทีละน้อย หรือจะปฏิเสธการสยบยอม แล้วรอวันชี้ชะตากันใหม่ในคูหาเลือกตั้ง
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงกำหนดหน้าตารัฐบาลชุดต่อไป แต่กำลังท้าทายโครงสร้างระดับรากฐานว่า การเมืองระบบอุปถัมภ์แบบ "บ้านใหญ่" ที่ฝังรากลึกในแผ่นดินนี้ กำลังจะเดินมาถึงจุดจบอย่างแท้จริง หรือกำลังแค่ลอกคราบเปลี่ยนสีเสื้อ เพื่อหาทางอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไปในสภาวะจำยอม
#การเมืองไทย #ตั้งรัฐบาล #พรรคสีส้ม #พรรคเพื่อไทย #ข่าวการเมือง #รัฐพันลึก #นิติสงคราม #ดีลข้ามขั้ว #เกมการเมือง #เสธแมว #วิเคราะห์การเมือง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline #ข่าววันนี้








