กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง สำหรับ "โรคหัวใจตีบ" หรือ "หลอดเลือดหัวใจตีบ" ภาวะที่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆสะสมจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่หลายคนทำจนเคยชิน โดยระยะแรกอาจแทบไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน การรู้จักพฤติกรรมเสี่ยงและปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาว
มาดู 5 พฤติกรรมเสี่ยง “โรคหัวใจตีบ” ที่ไม่ควรมองข้าม !!!
1. กินของมัน ของทอด ของหวาน และอาหารเค็มเป็นประจำ
อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ น้ำตาล และโซเดียมสูง หากรับประทานเป็นประจำ จะส่งผลต่อระดับไขมันในเลือด น้ำหนักตัว และความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด
คำแนะนำ: เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และโปรตีนไขมันต่ำในแต่ละมื้อ พร้อมลดอาหารทอด อาหารแปรรูป ขนมหวาน และอาหารรสเค็มจัด
2. นั่งนาน ขยับตัวน้อย
การนั่งทำงานตลอดทั้งวัน และพักผ่อนด้วยการนั่งดูจอต่อในตอนเย็น ทำให้ร่างกายมีกิจกรรมทางกายน้อยเกินไป ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกิน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
คำแนะนำ: ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1 ชั่วโมง เพิ่มการเดินสะสมระหว่างวัน และออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
3. สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรืออยู่ใกล้ควันบุหรี่เป็นประจำ
สารเคมีและนิโคตินจากบุหรี่รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลเสียต่อหลอดเลือดโดยตรง ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและเสื่อมสภาพ หลอดเลือดหดตัว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
คำแนะนำ: วางแผนงดสูบบุหรี่อย่างจริงจัง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่มือสองเพื่อปกป้องหลอดเลือดหัวใจ
4. ปล่อยผ่าน "ความดัน ไขมัน หรือน้ำตาลสูง"
หลายคนละเลยการดูแลเพราะ “ยังไม่มีอาการ” ทั้งที่ตรวจพบความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือเบาหวาน ภาวะเหล่านี้จะค่อยๆ ทำลายผนังหลอดเลือดอย่างเงียบๆ
คำแนะนำ: ไม่ควรรอให้มีอาการ ควรรักษาและควบคุมระดับความดัน ไขมัน และน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง
5. นอนน้อย เครียดสะสม
การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดเรื้อรัง ส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นฮอร์โมนความเครียด ซึ่งเพิ่มความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกินและการเข้าสลีปรอบปกติ
คำแนะนำ: จัดสรรเวลานอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และหาเวลายืดหยุ่นผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน
รู้ทันสัญญาณเตือนฉุกเฉิน!
- แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกเหมือนมีของหนักมาทับ หรือรู้สึกบีบรัดบริเวณกลางหน้าอก (โดยเฉพาะขณะออกแรง)
- มีอาการเจ็บร้าวไปบริเวณแขน คอ กราม ไหล่ หรือหลัง
- มีอาการร่วม เช่น หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออกซก ตัวเย็น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลม
เริ่มดูแลหัวใจวันนี้ด้วย 5 พฤติกรรมง่ายๆ ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม ขยับร่างกาย งดบุหรี่ พักผ่อนให้พอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อให้หัวใจแข็งแรงและอยู่กับเราไปอีกนาน
* ภาพประกอบโดย AI








