ผู้การวิศรุฒน์
ส่อเค้า “แม่ทัพไก่” นั่งแม่ทัพภาค 1 ต่อ บัญชาการรบเขมรชายแดนบูรพาต่อ พร้อมภารกิจพัฒนาทหารคอแดงในฐานะ “ผบ.ฉก.ทม.รอ.904” ต่อเนื่อง ไม่ได้ขึ้น 5 เสือ ทบ. และไม่เป็นแคนดิเดตชิง ผบ.ทบ. ท่ามกลางการจับตามองถึงการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ของเส้นทางเติบโตของแม่ทัพภาค 1
พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการฝึกจำลองยุทธ์ทางทหารบนภูมิจำลอง (Rehearsal of Concept : ROC) การฝึกกรมทหารราบเฉพาะกิจ กองพลทหารราบที่ 11 ที่กองพลทหารราบที่ 11 อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
ท่ามกลางการถูกจับตามองว่า ในโผโยกย้ายครั้งนี้ที่จะมีการประชุมบอร์ด 6 เสือกลาโหม ในสัปดาห์หน้า วันที่ 28 ส.ค. 2569 เพื่อเคาะการตัดสินใจสุดท้ายของ ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะในระดับ 5 เสือ ทบ. และกองทัพภาคที่ 1 ที่ พล.ท.วรยส ถูกจับตามองว่าจะขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. ตามเส้นทางเหล็กของแม่ทัพภาคที่ 1 ในอดีตมาตลอดหรือไม่ เพราะเคยมีกระแสข่าวมาตั้งแต่การโยกย้ายเมื่อ ต.ค. 2568 แล้วว่า พล.ท.วรยส จะนั่งแม่ทัพภาคที่ 1 ยาว 3 ปีจนเกษียณใน ต.ค. 2571 เพื่อให้การพัฒนากองทัพภาคที่ 1 สู่ความพร้อมรบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
และด้วยความที่แม่ทัพภาคที่ 1 ต้องเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 อยู่แล้ว ก็ต้องปรับปรุงและพัฒนาหน่วยคอแดงให้เข้าที่และต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่จะให้ พล.ท.วรยส นั่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อไป
จนมาถึงตอนนี้ โผโยกย้ายปี 2569 ก็ยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเรื่องของ พล.ท.วรยส ดังนั้น จึงมีโอกาสสูงที่จะนั่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อไป
โดยการโยกย้ายครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่ พล.ท.วรยส จะได้ขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. เพื่อไปชิงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เพราะใน ต.ค. 2570 “บิ๊กปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. จะเกษียณอายุราชการแล้ว ซึ่งจะเติบโตไม่ทัน แต่เมื่อยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง ชื่อของ พล.ท.วรยส จึงยังคงอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อไป
สอดรับกับกระแสข่าวแนวคิดของ พล.อ.พนา ที่จะไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก ให้ระดับแม่ทัพภาค ทั้งแม่ทัพภาคที่ 2 แม่ทัพภาคที่ 3 และแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งล้วนเป็นเพื่อน ตท.26 ของ พล.อ.พนา ที่ต้องคุมกำลังรบแบบสายตรงต่อไป ทั้ง “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ รักสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ต้องนำเตรียมพร้อมรบเขมรต่อ รวมทั้ง “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.วรเทพ บุญยะ แม่ทัพภาคที่ 3
ส่วน พล.ท.วรยส เป็นแม่ทัพภาคที่เป็นรุ่นน้องที่สุด คือ ตท.28 ในบรรดาแม่ทัพภาคที่เป็นรุ่นพี่ ตท.26 และมีอายุราชการถึง ต.ค. 2571 เมื่อไม่ได้ขึ้น 5 เสือ ทบ. ก็จะไม่ได้เป็น ผบ.ทบ.
เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ “บิ๊กเต้” พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อน ตท.26 ของ พล.อ.พนา ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ใน ต.ค. 2570 เพราะ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ จะเกษียณ ต.ค. 2571 พร้อม พล.ท.วรยส
ยิ่งหาก “บิ๊กใหญ่” พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.27 แคนดิเดต ผบ.ทบ. อีกคน ซึ่งจะเกษียณ ต.ค.2571 เช่นกัน ถูกย้ายออกไปนอก ทบ. เช่น ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก็จะยิ่งทำให้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ยิ่งโดดเด่นและมีโอกาสสูงที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
ทั้งนี้ มีรายงานจากกองทัพภาคที่ 4 ว่า “แม่ทัพยูร” พล.ท.นรธิป โพยนอก จะได้นั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คุม กอ.รมน.ภาค 4 ในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่อไป หลังจากทำหน้าที่มา 1 ปี แม้จะดูเหมือนสถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นก็ตาม แต่สถิติภาพรวมถือว่าควบคุมเหตุการณ์ให้เกิดขึ้นน้อยลงได้ และมีแผนปฏิบัติการอีกหลายอย่างในการแก้ไขปัญหา
โดยมีรายงานว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ด้วยกัน ก็เห็นถึงความตั้งใจจริงของ พล.ท.นรธิป ประกอบกับ พล.อ.พนา เองก็คอยช่วยให้คำแนะนำอยู่ และไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนตัวแม่ทัพแบบมานั่งแค่ 1 ปีแล้วไป เพื่อจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง
จึงคาดว่า พล.ท.นรธิป จะได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อไป และคาดว่า “รองคิ้ว” พล.ต.ชาคริต อุจรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เตรียมทหารรุ่น 28 จากสายรบพิเศษ จะขยับขึ้นมาเป็นพลโทในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 4 เพื่อเตรียมจ่อเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คนต่อไป
ทั้งนี้ มีรายงานว่าด้วยแนวทางไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก และต้องการให้แม่ทัพภาคทำงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่แนวรบรอบบ้าน พล.อ.พนา จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแม่ทัพภาคในโผโยกย้ายครั้งนี้








