“สมมติว่ามีคนยื่น "ระเบิดเวลา" ที่กำลังนับถอยหลังใส่มือคุณ แล้วสั่งให้คุณเป็นคนตัดสายชนวน โดยไม่มอบพิมพ์เขียวหรือบอกเลยว่าต้องตัดเส้นสีอะไร หากคุณตัดพลาด...คุณต้องรับผิดชอบชีวิตคนรอบข้างและถูกดำเนินคดี แต่หากคุณปฏิเสธไม่ยอมตัด...คุณก็จะต้องถูกจับกุมฐานขัดขืนคำสั่ง”
นี่ไม่ใช่พล็อตภาพยนตร์ระทึกขวัญ ทว่า คือฉากทัศน์จริงที่กำลังบีบคั้นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศให้อยู่ในมุมอับ มหากาพย์ทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่สังคมกำลังจับตา ไม่ได้เป็นเพียงคดีคอร์รัปชันดาษดื่นธรรมดา แต่มันได้ลุกลามกลายเป็นรอยปริแยกที่เผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจอันบิดเบี้ยวระหว่าง "ราชการส่วนกลาง" ผู้ถืออำนาจสั่งการ และ "ท้องถิ่น" ผู้ถูกผลักให้กลายเป็นหนังหน้าไฟ
ชนวนเหตุเริ่มจากการที่ส่วนกลางตรวจพบความผิดปกติในการสอบ มีร่องรอยการ "แก้ไขคะแนน" ในระบบคอมพิวเตอร์ คณะกรรมการระดับชาติและระดับจังหวัดจึงมีคำสั่งสายฟ้าแลบ โยนเผือกร้อนก้อนใหญ่มาให้ผู้บริหารท้องถิ่น โดยสั่งให้ดำเนินการ "เพิกถอน" หรือ "ปลด" ข้าราชการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยทันที
มองเผินๆ นี่คือความเด็ดขาดในการปราบปรามคนโกง แต่เมื่อเพ่งลึกผ่านแว่นตาของนักบริหารและนักกฎหมาย นี่คือภาวะ "หนีเสือปะจระเข้" ที่อำมหิตอย่างยิ่ง
ผู้บริหารท้องถิ่นกำลังถูกบีบให้เดินบนเส้นลวดที่ไม่มีตาข่ายรองรับ หากพวกเขายอมจรดปากกาเซ็นปลดข้าราชการตามคำสั่งส่วนกลาง โดยที่ในมือไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนว่าข้าราชการผู้นั้น "จ่ายเงินซื้อข้อสอบ" หรือ "ร่วมกระบวนการทุจริต" จริง (เพราะการที่คะแนนถูกแก้ในระบบ ไม่ได้แปลว่าผู้สอบคนนั้นเป็นผู้กระทำเสมอไป) สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคือการถูกฟ้องกลับในศาลปกครอง ฐานเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม สภาพการณ์นี้คือการบังคับให้นายกท้องถิ่นเอาตัวเองไปผูกติดกับเสาหลักประหารในฐานะ "จำเลย"
ในทางกลับกัน หากพวกเขาเลือกที่จะปกป้องตัวเองด้วยการขัดขืน ไม่ยอมเซ็นปลดใครจนกว่าจะเห็นหลักฐานที่รัดกุม ดาบอีกเล่มก็พร้อมจะบั่นคอพวกเขาทันที นั่นคือข้อหาฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ความอึดอัดนี้รุนแรงจนทำให้ 3 เสาหลักของท้องถิ่นไทย ทั้งสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาคมสันนิบาตเทศบาล ต้องลุกขึ้นมาตั้งป้อมงัดข้อกับส่วนกลาง
คำถามที่แหลมคมที่สุดคือ ในเมื่อกระบวนการจัดสอบทั้งหมดถูกควบคุมโดยส่วนกลาง ท้องถิ่นไม่ได้เป็นคนคุมสอบ ไม่ได้เป็นคนตรวจกระดาษคำตอบ แล้วเหตุใดเวลาเกิดความพินาศ ท้องถิ่นจึงต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งหมด?
ปมเงื่อนนี้ยิ่งขมวดแน่นขึ้นเมื่อฟันเฟืองกระบวนการยุติธรรมกลายเป็นคอขวด ทุกวันนี้การสอบสวนวินัยของกระทรวงมหาดไทยแทบจะถูกแช่แข็ง เพราะพยานหลักฐานและสำนวนทั้งหมดถูกโอนไปอยู่ในมือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นที่เรียบร้อย
เมื่อเรื่องเข้าไปอยู่ในชั้น ป.ป.ช. ทุกอย่างต้องเดินตามกลไกที่รัดกุมและใช้เวลามหาศาล การไล่ล่า "ปลาตัวใหญ่" โดยขยายผลย้อนกลับไปถึงปี 2564 และ 2566 เป็นเรื่องที่สังคมปรบมือให้ แต่ผลกระทบข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ สุญญากาศในการบริหารราชการแผ่นดิน
ข้าราชการชั้นผู้น้อยนับร้อยนับพันชีวิตต้องนั่งทำงานด้วยความหวาดระแวง ไม่รู้ว่าชะตากรรมของตนจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่งให้ถูกปลดออกวันไหน ส่วนผู้บริหารท้องถิ่นก็ไม่กล้าขับเคลื่อนนโยบายหรือสั่งการใดๆ เพราะกลไกบุคลากรชะงักงัน ผลลัพธ์สุดท้าย ความเสียหายทางเศรษฐกิจระดับชุมชนและการบริการสาธารณะที่ควรจะลื่นไหล กลับต้องมาสะดุดล้มเพราะความหวาดกลัวต่อข้อกฎหมายที่คลุมเครือ
การกวาดล้างขบวนการโกงสอบเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ สังคมไทยโหยหาการลงทัณฑ์คนผิดและนักการเมืองระดับสูงที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่การปราบทุจริตที่ใช้ "อารมณ์สังคม" นำหน้า "หลักนิติธรรม" ย่อมสร้างบาดแผลที่ลึกกว่าเดิม
รัฐและส่วนกลางไม่ควรใช้อำนาจแบบรวบรัด โยนรายชื่อเป้าหมายให้ท้องถิ่นไปเป็นเพชฌฆาตโดยไร้ซึ่งอาวุธทางกฎหมายที่คมพอ หากต้องการให้ท้องถิ่นลงดาบ ส่วนกลางต้องส่งมอบ "หลักฐานที่แน่นหนาและชี้ชัดเป็นรายบุคคล" ลงมาด้วย เพื่อเป็นเกราะกำบังไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานต้องถูกเชือดทิ้งในศาลปกครอง
ในขณะเดียวกัน กลไกตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. ต้องเร่งจังหวะก้าวให้เร็วกว่านี้ การล่าปลาใหญ่คือภารกิจสำคัญ แต่การปล่อยให้ปลาเล็กที่อาจเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ต้องแห้งตายในกระชังแห่งความไม่แน่นอน หรือปล่อยให้ผู้นำท้องถิ่นต้องกลายเป็นแพะรับบาปในเกมอำนาจ ย่อมไม่ใช่ความยุติธรรม
บททดสอบของวิกฤตครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่กระบวนการยุติธรรมเราจะจับคนโกงได้กี่คน แต่อยู่ที่ว่า โครงสร้างรัฐไทยจะมีความกล้าหาญพอที่จะรับผิดชอบในความผิดพลาดของตนเอง หรือจะยังคงใช้กลวิธีเดิมๆ นั่นคือ... รวบอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง แต่กระจายความซวยไปให้ท้องถิ่น
#ทุจริตสอบท้องถิ่น #โกงสอบท้องถิ่น #สอบท้องถิ่น #ผู้นำท้องถิ่น #อบต #อบจ #สันนิบาตเทศบาล #กสถ #กระจายอำนาจ #รวมศูนย์อำนาจ #มาตรา157 #ศาลปกครอง #ปปช #สยามรัฐ #Siamrathonline








