เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2569 ปวงชนชาวไทยต่างพร้อมใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกร หากย้อนมองวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านตามลุ่มน้ำสำคัญ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ภาพความอุดมสมบูรณ์ของ "กุ้งก้ามกราม" หรือสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เลี้ยงปากท้องราษฎรมาอย่างยาวนาน คือหนึ่งในผลลัพธ์อันประเสริฐจากพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ "แม่ของแผ่นดิน" ที่ได้ทรงพลิกฟื้นคืนชีวิตให้แก่สายน้ำและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้อยู่คู่แผ่นดินไทย
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระองค์ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติของปริมาณสัตว์น้ำในธรรมชาติ จึงมีรับสั่งถามด้วยความห่วงใยว่า “กุ้งเดี๋ยวนี้หายไปไหนหมด ไม่ค่อยมีขาย ต้องนำเข้ากุ้งจากพม่ามา” ซึ่งกรมประมงได้กราบทูลถวายรายงานถึงสาเหตุว่า เกิดจากปัญหามลพิษและคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณออกซิเจนน้อย ประกอบกับการสร้างสิ่งก่อสร้างกั้นแม่น้ำ ทำให้วงจรชีวิตกุ้งก้ามกรามต้องสะดุดลง กุ้งไม่สามารถเดินทางไปวางไข่บริเวณน้ำกร่อยแถบปากอ่าว หรือลูกกุ้งไม่สามารถว่ายกลับขึ้นสู่แหล่งน้ำจืดได้ตามธรรมชาติ เมื่อทรงทราบถึงต้นตอของปัญหา จึงมีพระราชเสาวนีย์ถามต่อทันทีว่า “เราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร”
พระราชเสาวนีย์ในวันนั้น ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กรมประมงเร่งน้อมนำไปสู่การดำเนินศึกษาวิจัยเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามในสถานีทดลอง โดยการจำลองระบบนิเวศเทียมให้น้ำมีสภาพเป็นน้ำกร่อยที่เหมาะสม เพื่อให้แม่กุ้งวางไข่ได้โดยไม่ต้องว่ายฝ่าน้ำเสียออกไปปากอ่าว เมื่อไข่ฟักเป็นตัวอ่อนในน้ำกร่อย นักวิจัยจึงอนุบาลจนลูกกุ้งพร้อมเติบโตในน้ำจืดได้สำเร็จ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2527 เสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และทรงประเดิมปล่อยลูกกุ้งชุดแรก ณ ท่าการน้ำหน้าศูนย์ฯ นำไปสู่การดำเนิน "โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูกุ้งก้ามกราม" ของกรมประมงที่จัดกิจกรรมปล่อยลูกกุ้งนับร้อยล้านตัวลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง และอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องทุกปี
กุ้งก้ามกรามธรรมชาติขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านและราษฎรริมสองฝั่งแม่น้ำสามารถจับกุ้งมาประกอบอาหารและสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ด้วยความซาบซึ้งในพระเมตตา ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันเรียกกุ้งก้ามกรามที่จับได้จากสายน้ำนี้ด้วยนามอันมงคลว่า "กุ้งสมเด็จ"
เรื่องราวของ "กุ้งสมเด็จ" ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงผสานไปกับแนวคิดการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืนที่ว่า "กุ้งของสมเด็จแม่ ปล่อยลงเขื่อนของพ่อ" สะท้อนถึงพระราชปณิธานอันงดงามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำของทั้งสองพระองค์ที่ทำเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรอย่างแท้จริง
ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 นี้ การร่วมกันอนุรักษ์แหล่งน้ำและสืบสานพระราชปณิธานในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า จึงเป็นเครื่องแสดงออกถึงความจงรักภักดีและการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น "แม่ของแผ่นดิน" ผู้พระราชทานชีวิตใหม่ให้แก่สายน้ำและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ตราบนานเท่านาน








