คนที่ต้องรู้สึกหวั่นไหวในเกมปล่อยข่าวดีลลับ สลับขั้ว เกิดสูตรผสมสี ตั้งรัฐบาลใหม่ นาทีนี้คงเป็น “พรรคภูมิใจไทย” พรรคสีน้ำเงิน มากกว่า เพราะดูเหมือนว่ามีเดิมพันในมือที่สูงกว่าพรรคอื่น อย่างเห็นได้ชัด
และฝ่ายที่อยู่ในความ “นิ่งสงบ” โดยที่ไม่จำเป็นต้อง “เคลื่อนไหว” หรือ “เต้นตาม” ไปกับ “ข่าวลือ” ดีลลับโมนาโก กลับกลายเป็น “พรรคเพื่อไทย” พรรคสีแดงที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ทั้งในแง่ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า “ซ้อต่าย” กรุณา ชิดชอบ ภรรยา “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่แห่งพรรคสีน้ำเงิน ออกมาโพสต์ ฟาดพาดพิงหรือไม่ ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ยังเป็นพรรคเพื่อไทย ที่โดดเด่นอยู่กลางสมการการผสมสีทางการเมือง สูตรใหม่ว่าด้วย “ส้ม+แดง+เขียว” เพื่อหวัง “คว่ำ” รัฐบาล “อนุทิน 2”
ล่าสุดวันนี้ หลังการประชุมครม. “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ต้อง “กอด” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โชว์สื่อเพื่อตอกย้ำ ความแนบแน่น ระหว่าง “พรรคเพื่อไทย” กับ พรรคภูมิใจไทย
แถมงานนี้นายกฯหนู ยังบอกด้วยว่า สูตรการจับมือกันระหว่าง แดงกับสีน้ำเงินนั้น “กลมกล่อม ลงตัวที่สุด”
ความน่าสนใจของเรื่องนี้ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นข่าวลือเพื่อ “ปั่นประสาท” กันเอง เพราะอย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทย มีอยู่ 74 เสียง บวกกับ พรรคกล้าธรรม 58 เสียง ก็จะกลายเป็น “ไม้ซีก” ไปงัดกับ “ไม้ซุง” อย่างภูมิใจไทย ซึ่งมีสส.ในมือ 191 ที่นั่งอยู่ดี ก็ตาม
แต่ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นย่อมลึกล้ำมากกว่าเรื่องของ “ตัวเลข” หรือ คณิตศาสตร์ทางการเมืองหลายเท่านัก เพราะข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมาเช่นนี้มีคนที่อยู่ในภาวะ “เก็บอาการ” และบางคนกลับเลือก “นิ่ง”ไม่ตอบโต้ แถมเจ้าของพรรค อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ยังเลือกที่จะหลบเร้น มีเพียง “แพทองธาร ชินวัตร” ลูกสาวที่ส่งสารผ่านโซเชียลว่ามาเที่ยว และไม่มีดีลลับใดๆ
เช่นเดียวกับแกนนำพรรคเพื่อไทยเอง ที่แทบไม่มีใครให้น้ำหนักกับข่าวนี้ ต่างเก็บงำท่าทีกันแทบทั้งหมด ส่วนหนึ่งเพราะพรรคเพื่อไทย ย่อมประเมินแล้วว่านาทีนี้ การอยู่ในอำนาจกับพรรคภูมิใจไทย คือ “ทางเลือก” ที่ดีที่สุด
แถมโอกาสที่ “พรรคส้ม” จะก้าวข้ามมาจับมือกันในสูตรที่พรรคกล้าธรรม ร่วมด้วยนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่ พรรคประชาชน ต้องการ “ฆ่าตัวตาย” ซ้ำเป็นรอบที่สอง จากบทเรียนที่เคยทำ MOA กับพรรคสีน้ำเงิน มาก่อนหน้านี้
หากจะวัดห้วงเวลาการยืนระยะบนถนนแห่งอำนาจ และความผันผวนทางการเมือง นั้นอาจจะขึ้นอยู่กับ “ความอดทน” ที่จะรอคอยจังหวะและโอกาสมากกว่า วันนี้พรรคเพื่อไทย 58 เสียง ไม่อยู่ในฐานะที่จะ “ออกฤทธิ์” หรือต้องเร่งตัดสินใจเลือกข้าง ด้วยซ้ำ
วันนี้ พรรคเพื่อไทย พยายามที่จะวางบทบาทของตัวเอง ว่าไม่ใช่อยู่ในฐานะ “ผู้เล่นหลัก” ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าโลดแล่น ยิ่งในจังหวะที่พรรคสีน้ำเงิน กำลังเจอกับมรสุมลูกแล้ว ลูกเล่า ทั้งคดีฮั้วสว. การโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่พยายามเร่งแก้ปัญหากันอยู่ในเวลานี้ ก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว
จังหวะทางการเมือง สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล นั้นต้องถือว่า อยู่ในองศาที่ดี และลอยตัวอยู่เหนือทุกความขัดแย้ง เพราะแม้ นายกฯอนุทินจะส่งสัญญาณ จี้ให้รัฐมนตรีทำงาน เตรียมวัดค่าKPI แต่เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องภายในพรรคภูมิใจไทย ไม่ “ล้ำแดน” มาที่พรรคเพื่อไทยอยู่ดี
ล่าสุดยังน่าสนใจว่า สนามเลือกตั้งซ่อมสส.ที่อุดรธานี เขต 3 เก้าอี้สส.เดิมเป็นที่ “หรั่ง ธุระพล” ต่อมาเสียชีวิต ทำให้ถูกจับตาว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งใครไปสู้ในสนามแห่งนี้หรือไม่ ปรากฏว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผู้สมัครออกมาเป็นทางการแล้วว่า พรรคภูมิใจไทย ส่ง “อธิการ แก้วเครือศรี” ลงรักษาเก้าอี้ ส่วนคู่แข่งคือ “ขจิต ชัยนิคม” อดีตสส. มารอบนี้ลงในนาม พรรคประชาธิปไตยใหม่ และ "คำผัน จันทจร" จากพรรคเพื่อบ้านเมือง
หมายความว่าสนามเลือกตั้งซ่อมสส.อุดรฯ เขต 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย จึงไม่ต้องมาพูดเรื่องมารยาททางการเมืองกันแล้ว เพราะพรรคเพื่อไทย “ขอบาย” ไม่ส่งผู้สมัครลงชิง
ขณะเดียวกัน ยังน่าสนใจว่า บรรดารัฐมนตรี 5 กระทรวงของพรรคเพื่อไทย ต่างเดินหน้าเร่งทำผลงาน กันไปเงียบๆ และท่าทีเช่นนี้ดูจะสอดรับกับ อดีตนายกฯทักษิณ ผู้นำทางจิตวิญญาณที่กำลังโลว์โปรไฟล์ ไม่ลงมา “คลุกวงใน” !








