สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี (HIV) ในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (สสจ.เชียงใหม่) เปิดเผยข้อมูลพบผู้ติดเชื้อสะสมประมาณ 23,900 ราย และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 700 ราย หรือประมาณวันละ 2 ราย สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องเร่งป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดพบว่า การแพร่ระบาดของ HIV ในพื้นที่เชียงใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระจายไปยังหลายกลุ่มประชากร โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ทั้งด้านภาษา สิทธิการรักษา เอกสารประจำตัว และความกังวลเรื่องการถูกตีตราจากสังคม ส่งผลให้บางส่วนหลีกเลี่ยงการตรวจคัดกรองหรือเข้ารับการรักษา
และพบว่ากลุ่มชายชาติพันธุ์ ที่ประกอบอาชีพบริการทางเพศ มีความชุกของการติดเชื้อ HIV สูงถึงร้อยละ 3.60 ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างด้านการเข้าถึงบริการป้องกันและดูแลสุขภาพที่ยังจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน กลุ่มเยาวชนอายุ 15–24 ปี ถือเป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น โดยภาพรวมระดับประเทศพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 49 อยู่ในกลุ่มเยาวชน ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมทางเพศที่เปลี่ยนแปลง การขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันโรค รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับวัย
ส่วนกลุ่มวัยทำงานอายุ 25–49 ปี ยังคงเป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมและพฤติกรรมทางเพศหลากหลาย จึงจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมความรู้เรื่องการป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมในยุคดิจิทัลยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ซึ่งข้อมูลในพื้นที่พบว่า ร้อยละ 61.9 มีการใช้แอปพลิเคชันนัดเดตเพื่อพบปะและมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่รู้จักมาก่อน พฤติกรรมดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ HIV รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ฝีดาษวานร (Mpox)
สถานการณ์ HIV ในจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางระบาดวิทยา แต่สะท้อนถึงความจำเป็นในการลดช่องว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มคนชายขอบ เยาวชน และกลุ่มเสี่ยง การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องควบคู่ทั้งการสื่อสารความรู้เชิงรุกผ่านช่องทางดิจิทัล การสร้างบริการสุขภาพที่เป็นมิตร และลดการตีตราผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรอง การป้องกันด้วยยา PrEP/PEP และการรักษาได้อย่างรวดเร็วและเท่าเทียม
#HIV #เอชไอวี #เชียงใหม่ #สาธารณสุข #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #เยาวชน #PrEP #PEP #สุขภาพ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline
ภาพประกอบ สร้างโดย AI








