หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างต่อเนื่อง ในที่สุด “โครงการข้าวแกง 40บาท” ไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (14 ก.ค.69) โดย “ซุปเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ยอมรับเองผ่านเฟซบุกส่วนตัว ถึงที่มาของการตัดสินใจ “ถอย” !!
ศุภจี ระบุตอนหนึ่งว่า “ เมื่อมีกระแสทั้งที่เห็นด้วยและที่ไม่เห็นด้วยหลากหลาย เราก็ยินดีรับฟังและพร้อมจะทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดมาตรการรัฐที่ไปกระทบต่อกลไกตลาด ที่มีคนจำนวนมากบอกว่า มีข้าวแกงราคาประหยัดต่ำกว่าจานละ 40 บาท เป็นทางเลือกอยู่แล้ว หรือบางเสียงเห็นว่า ควรแก้ที่ส่วนอื่นที่อยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวงพาณิชย์
เราจึงได้ระงับแผนที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และถึงแม้ว่าเราจะระงับการเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ครม. แล้ว แต่ก็ยังยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะคะ เพราะการตัดสินใจในครั้งนี้ ก็มาจากการที่เราเปิดรับฟังเสียงของทุกคนค่ะ
ต้องขอย้ำว่า การจะฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย เราไม่สามารถผลักดันมาตรการที่สำคัญท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างคนละขั้วเช่นนี้ได้”
หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ การที่ศุภจี เจ้ากระทรวงพาณิชย์ มีไอเดียที่จะออกโครงการข้าวแกง 40 บาท นั้นเพื่อต้องการช่วยแบ่งเบาผู้มีรายได้น้อย และมนุษย์เงินเดือน ที่ได้รับผลกระทบ “ค่าครองชีพ” สูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ตามแนวทางที่ศุภจี เคยระบุเอาไว้ที่จะเดินหน้าโครงการดังกล่าว จะเน้นไปที่การลดภาระค่าใช้จ่ายอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ของประชาชน เป็นการต่อยอดโครงการไทยช่วยไทยพลัส
โดยจะมีการเปิดรับสมัครร้านอาหารเข้าโครงการข้าวแกงราคาประหยัด จัดทำเมนูข้าวราดแกงและอาหารปรุงสำเร็จ เบื้องต้นตั้งราคาที่ 40 บาทต่อจาน และเมื่อครม.อนุมัติ ก็สามารถ “ลุยได้” ทันที !
แต่ปรากฏว่ามีเสียงโจมตี ตามมาโดยเฉพาะฝ่ายค้านที่มองว่า ราคาข้าว40-50 บาทเป็นราคาปกติอยู่แล้ว ดังนั้นโครงการนี้จึงอาจไม่จูงใจ “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน มองว่าโครงการหลายเรื่องของกระทรวงพาณิชย์มีผู้ได้รับประโยขน์แบบกระจุกตัว ดังนั้นจึงเป็นโครงการแนวประชาสัมพันธ์มากกว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้จริง
นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนจากพ่อค้า แม่ค้า ที่มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งที่ความจริงแล้วรัฐบาลควรไปเน้นเรื่องการควบคุมราคาสินค้า มากกว่าไม่ให้พุ่งขึ้นเหมือนกับทุกวันนี้
ทว่าที่สุดแล้ว วันนี้ศุภจี สั่งถอย ! ไม่ชงโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม. โดยมีเหตุผลรองรับว่า พร้อมเปิดรับฟังทุกความเห็น แต่ในขณะเดียวกัน การเลือกทาง “ถอย” ครั้งนี้ อาจทำให้ “ซุปเปอร์จี” ถูกมองในแง่ลบตามมา ว่าก่อนคิดนโยบายอะไรออกมาควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน
แต่ทั้งนี้ นอกเหนือไปจากเสียงตำหนิ ไปยัง “รัฐมนตรีคนนอก” อย่างศุภจี ที่ดูเหมือนว่าจะเจอกับแรงกดดันหนักหนกว่า “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง กับ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ที่กำลังกลายเป็นเหมือน “ยาสามัญประจำบ้าน” เพื่อช่วยปัญหาให้กับรัฐบาล ด้วยกันหลายเรื่องที่ผ่านมา
ขณะที่ศุภจี เองเพิ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า “หายหน้า” ไปจากสื่อ จนเจ้าตัวต้องออกมาย้ำว่า “ไม่ได้หายไปไหน ยังทำงานทุกวัน” ล่าสุดยังมาเจอแรงต้าน โครงการข้าวแกง 40 บาทจนต้องยอมถอย อย่างที่เห็น
ส่วนจะส่งผล จะกระทบต่อ ความมั่น ต่อคะแนนนิยม ของ “รัฐมนตรีคนนอก” หรือ “ทีม 3แม่ครัว” ที่เคยพาพรรคภูมิใจไทย โกยแต้มก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 มาได้ถล่มทลายหรือไม่ ต้องติดตาม ตอนต่อไป เพราะมวยยังไม่ถึงยกสุดท้าย !!








