เคยคิดไหมว่าถ้าจู่ๆ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น พร้อมกลิ่นควันไฟลอยคลุ้งเข้ามาในห้อง จะทำอย่างไรเป็นสิ่งแรก? เหตุเพลิงไหม้เป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่มันมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ และในสถานการณ์วิกฤตที่มีเวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาที การมีความรู้ที่ถูกต้องคือสิ่งเดียวที่จะชี้ชะตาระหว่าง “รอด” กับ “ร่วง” จะพาไปเจาะลึกวิธีกู้ชีพตัวเองและคนรอบข้างกับคู่มือเอาตัวรอดจากไฟไหม้ฉบับเข้าใจง่าย ที่จะเปลี่ยนความตื่นตระหนกให้เป็นความสตรอง
เมื่อเสียงหวอระงำ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำคือการควบคุมใจตัวเองแล้ว “ตั้งสติ” ให้เร็วที่สุด ท่องไว้เลยว่าวินาทีนั้นชีวิตสำคัญกว่าทรัพย์สิน อย่ามัวแต่รีรออาลัยอาวรณ์กระเป๋าแบรนด์เนมหรือเงินสด รีบพาตัวเองพุ่งทะยานออกจากที่เกิดเหตุให้ไวที่สุด และที่สำคัญคือ “ห้ามกลับเข้าไปเด็ดขาด” ไม่ว่าจะไปเอาของหรือพยายามจะกลับไปช่วยคนอื่น เพราะนอกจากจะเสี่ยงอันตรายแล้ว ยังอาจเข้าไปกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในเหตุไฟไหม้ไม่ใช่เปลวไฟ แต่คือ “ควันพิษ” ที่พร้อมจะทำให้เราหมดสติได้ในไม่กี่ลมหายใจ วิธีสู้คือให้รีบหาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ มาปิดปากและจมูกเพื่อกรองทางเดินหายใจ จากนั้นให้เปลี่ยนท่าทางมาร่างทองด้วยการ “ก้มต่ำหรือคลาน” ไปกับพื้น เพราะตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว อากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนจะมีมวลที่หนาแน่นกว่าและลอยอยู่ใกล้ๆ บริเวณพื้นห้อง การหมอบต่ำจึงช่วยให้เรายังคงมีอากาศหายใจในขณะที่กำลังคลำทางหาทางออก
จำให้ขึ้นใจเลยว่าในสถานการณ์นี้ “ลิฟต์คือเขตต้องห้าม” โดยเด็ดขาด เพราะหากระบบไฟฟ้าถูกตัดขัดข้องขึ้นมา คุณจะติดอยู่ภายในกล่องเหล็กนั้นทันที ทางรอดเดียวในการลงจากอาคารสูงคือ “บันไดหนีไฟ” เท่านั้น แต่ก่อนจะผลักประตูออกไปสู่อีกฝั่ง มีทริกสำคัญที่ต้องทำคือการ “แตะและคลำลูกบิดประตู” หรือผนังห้องก่อน หากสัมผัสแล้วพบว่ามีความร้อนสูงสะสมอยู่ หรือมีควันลอดเข้ามาตามช่องประตู ห้ามเปิดออกไปเด็ดขาด! เพราะนั่นหมายความว่าด้านนอกกำลังกลายเป็นทะเลเพลิง การเปิดประตูจะเท่ากับเป็นการเติมออกซิเจนให้ไฟพุ่งเข้าใส่ตัวเราอย่างรุนแรง
แต่ถ้าแจ็กพอตแตก เสื้อผ้าที่เราใส่อยู่ดันติดไฟขึ้นมา สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการวิ่งพล่าน เพราะสายลมจากการวิ่งจะยิ่งโหมกระพือให้ไฟลุกท่วมตัวเร็วกว่าเดิม วิธีแก้ไขคือให้รีบถอดเสื้อผ้าชิ้นนั้นออก หรือใช้สูตรเด็ด “หยุด ล้ม กลิ้ง” ทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้น เอาแตะมือปิดหน้า แล้วกลิ้งตัวไปมาซ้ายขวาเพื่อใช้พื้นช่วยกดทับและตัดออกซิเจนให้ไฟดับลง
ในกรณีที่ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่ามันคือจุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้เพียงเล็กน้อย เช่น ไฟลัดวงจรที่ปลั๊กไฟหรือขยะติดไฟ และรอบข้างมี “ถังดับเพลิง” อยู่ในระยะที่หยิบฉวยได้ ให้รีบนำมาฉีดสเปรย์ควบคุมเพลิงในเบื้องต้นก่อนที่มันจะลุกลามจนเกินรับมือ แต่หากไฟเริ่มลามกว้างเกินกว่าจะดับเองได้แล้ว ให้ถอยฉากออกมาทันที
และโปรดจำไว้ว่า “ห้องน้ำไม่ใช่เซฟโซน” หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าห้องน้ำมีน้ำน่าจะปลอดภัย แต่ความจริงแล้วห้องน้ำมักถูกออกแบบให้อยู่ส่วนในสุดของอาคาร ไม่มีทางระบายอากาศที่ดีพอ และไม่มีทางหนีอื่น การหนีเข้าห้องน้ำจึงเท่ากับเป็นการขังตัวเองท่ามกลางวงล้อมของไฟและควันพิษ ซึ่งสุดท้ายมักจบลงด้วยความสูญเสียเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ยาก
หากพบเหตุเพลิงไหม้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับบ้าน อาคาร ร้านอาหาร สถานบริการ หรือสถานที่สาธารณะ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยที่หมายเลข 199 เพื่อให้ทีมช่วยเหลือเข้าควบคุมสถานการณ์โดยเร็วที่สุด
ไฟไหม้เป็นภัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นเมื่อใด การเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด ไม่ใช่เรื่องสร้างความกลัว แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อปกป้องชีวิตของตัวเองและคนที่เรารัก
เพราะในวินาทีวิกฤต ความรู้เพียงเล็กน้อย อาจเป็นความแตกต่างระหว่าง “ผู้สูญเสีย” กับ “ผู้รอดชีวิต” ได้อย่างแท้จริง
#ไฟไหม้ #คู่มือเอาตัวรอด #ภัยใกล้ตัว #หนีไฟ #ควันพิษ #ความปลอดภัย #ดับเพลิง199 #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








