สภาฯปิดสมัยประชุม แต่ภารกิจการเดินหน้าตรวจสอบ “รัฐบาล” สำหรับ “ฝ่ายค้าน” ไม่ได้หยุดชะงักลงไปด้วย โดยเฉพาะการขยี้แผลใหญ่ ของรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย ที่ว่ากันว่า “จุดตาย” นั้นอยู่ที่ “คดีฮั้วเลือกสว.” !
คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน จัดเวที "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะหลักหลักฐานคดีฮั้ว สว." ที่รัฐสภา วันนี้ 12 ก.ค.69) ไฮไลท์ของงานนี้ คือการเปิดตัว หลักฐานและ “พยานบุคคล” ด้วยกันทั้งสิ้น 4 ราย
โดยมาจากอดีตผู้สมัคร สว.และอดีตผู้ช่วย สว. ขึ้นเวทีเพื่อบอกเล่ารายละเอียดและขั้นตอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดการการเลือก สว. รวมทั้งเปิดเผยว่า มีการเสนอเงินเพื่อเป็นค่าตอบแทน การโหวตตามโพยเลือกที่มีการจัดตั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าจากการให้ข้อมูล จากพยานทั้ง4 ปาก อย่างเปิดเผยนั้น มีการระบุไปถึง “ตัวบุคคล” ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับ พรรคภูมิใจไทยด้วยกันหลายคน ซึ่งเป็นแกนนำและรัฐมนตรีของพรรค นอกจากนี้ในเวทีดังกล่าว ได้เชิญ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นอดีตรมว.ยุติธรรม มาร่วมให้ข้อมูล เนื่องจากเคยทำคดีฮั้วเลือกสว. โดยถึงขั้นยกขึ้นเป็น “คดีพิเศษ” บนฐานความผิดเรื่องการอั้งยี่และการฟอกเงิน
อย่างไรก็ดี การเดินหน้าให้มีการตรวจสอบ ไปจนถึงขั้น “เอาผิด” จัดการ “ขบวนการฮั้วเลือกสว.” นั้น ฝ่ายค้านรู้ว่า “ไม่ใช่เรื่องง่าย” เพราะอย่าลืมว่าเวลานี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านเอง “ไม่เชื่อมั่น” ว่ากกต. ซึ่งมาจากการเลือกของ สว. ซึ่งถูกต้องข้อสังเกตว่าเป็นสว.สายสีน้ำเงิน เลือกคนของตัวเองเข้าไปนั่งในกกต. ดังนั้นโอกาสที่ “คดีฮั้วเลือกสว.” จะ “โดนเป่า” อาจมีเป็นความเป็นไปได้สูง
ดังนั้นในสายตาของฝ่ายค้านจึงมองว่า กกต.คือ “ด่านสำคัญ” ที่พวกเขาเองจะต้องฝ่าไปให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจมีการลงมติออกมาในทางที่เป็น “บวก” กับขบวนการฮั้วเลือกสว. จนทำให้คดีนี้ไปไม่ถึง ศาลฎีกาได้ในที่สุด เพราะศาลคือ “ความหวังเดียว” ที่ฝ่ายค้านมั่นใจว่ายังไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง
สิ่งที่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อธิบายนั้นชี้ให้เห็นถึงความกังวล ว่า ที่ผ่านมาต้องบอกว่ามีหลายภาคส่วน พยายามรวบรวมหลักฐาน ไปนำเสนอต่อหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันยังค้างอยู่ที่ 2 หน่วยงาน คือ กกต.ที่จะต้องมีมติภายในเดือนกันยายนนี้ ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ ตามมติคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่บอกว่ามีผู้มีมูลความผิด ทั้งหมด 229 คน หรือไม่ และ คณะกรรมการดีเอสไอ ที่รับเรื่องนี้เข้าไว้เป็น “คดีพิเศษ” จะตัดตอน ปิดจบคดีฮั้วเลือกสว. ด้วยหรือไม่
ทั้งนี้อย่าลืมว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ นั้นกำกับดูแลโดย รมว.ยุติธรรม ซึ่งมาจาก “สายตรงบุรีรัมย์” นั่นเอง อีกทั้งล่าสุดเพิ่งมีการ “เปลี่ยนตัว” ผู้เล่นในตำแหน่งสำคัญ นั่นคือ “ปลัดกระทรวงยุติธรรม” โดยมติครม. เมื่อวันที่ 7 ก.ค.69 ที่ผ่านมา
คดีฮั้วเลือกสว. นั้น กลายเป็นคดีมหากาพย์ที่ยืดเยื้อจนถึง 2ปี เวลานี้กำลังถูกจับตาว่าที่สุดแล้ว เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร “ทางเลือกใด” จึงจะถือว่า “ดีที่สุด” และกระทบต่อ “ผู้เล่น” ที่เกี่ยวข้องกับ “ขบวนการฮั้วสว.” ให้น้อยที่สุด เพราะเป้าหมายของ “ฝ่ายค้าน” แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่แค่การตรวจสอบ หรือทำความจริงให้เป็นที่ประจักษ์เท่านั้น แต่ยังมองไปไกลถึงขั้น “ยื่นยุบพรรค” ด้วยซ้ำ !
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเองก็อยู่ในจุดที่ต้อง “ทำความจริง” ให้กระจ่างเช่นกันว่าพรรคหรือคนของพรรคไม่เกี่ยวข้อง หรือที่สุดแล้ว ปัญหาเรื่องนี้อาจจบลง ด้วยการเลือกให้ ใครหรือองค์กรใดองค์กร หนึ่งให้เป็นฝ่ายเผชิญหน้ากับ “ความผิด” ตามกฎหมายแทน โทษฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ตามกฎหมายอาญา ที่เปิดช่องไว้ให้แล้ว !!








