จับตา "คลื่นใต้น้ำ" คลองหลอด ! สแกน 3 ปมร้อนเขย่ากระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางข่าวลือสะพัดรอยร้าว "2 น." อนุทิน-เนวิน นี่คือศึกภายในค่ายสีน้ำเงิน หรือแค่ "เกมเสี้ยม" จากขั้วตรงข้าม ?
หากจะเอ่ยถึงกระทรวงที่กุมกลไกอำนาจรัฐผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ นั่นก็คือ “กระทรวงมหาดไทย” ซึ่งในเวลานี้กำลังถูกแสงสปอตไลท์ทางการเมืองสอดส่อง ในระดับจับตาทุกความเคลื่อนไหว
ท่ามกลางข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับ "ศึกภายใน" และกระแส "รอยร้าว 2 น." ระหว่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มีบารมีแห่งบุรีรัมย์ คำถามที่หลายคนต้องฉุกคิดคือ มันเป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียง "เกมเสี้ยม" จากขั้วตรงข้าม ?
1. ปมร้อน เขย่ามหาดไทย
กระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย กำลังเผชิญกับคลื่นใต้น้ำและระเบิดเวลาอย่างน้อย 3 ลูกใหญ่ ที่ทำให้ข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองนั่งไม่ติด
(1) ย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับคดี "ปลัดจังหวัด"
ชนวนเหตุจากปัญหาความขัดแย้งในสายปกครองที่จังหวัดภูเก็ต บานปลายเมื่อคนสนิทของรองผู้ว่าฯ ถูกแฉเรื่องการบุกรุกพื้นที่ชายหาด จนนำมาสู่คำสั่งย้ายด่วนผู้ว่าฯ กับรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต และสะเทือนซ้ำสองเมื่อตำรวจ บก.ปปป. บุกรวบตัว “รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ในข้อหาเรียกรับเงิน 9 แสนบาทเพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
ปลัดจังหวัดภูเก็ตคนนี้ คือตัวละครสำคัญที่เข้าไปพัวพันกับการแฉแชตหลุดสั่งการ “ช่วยน้ำเงินด้วย” การถูกจับกุมครั้งนี้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนาหูว่า เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู หรือสะสางบัญชีภายในของขั้วอำนาจหรือไม่ ?
(2) คลิปเสียงฉาว เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
ในขณะที่กระทรวงมหาดไทยกำลังสะสางปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น กลับมีคลิปเสียงหลุดออกมา พาดพิงว่าภรรยาของข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง
แม้ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะออกมายืนยันเสียงแข็งว่าเป็นคลิปเท็จที่มุ่งดิสเครดิต แต่ปมนี้ได้กลายเป็นแผลใหญ่ที่เขย่าความเชื่อมั่นของระบบราชการไปเรียบร้อยแล้ว
(3) มหากาพย์ที่ดิน "เขากระโดง"
หากมองผิวเผิน นี่คือศึกกฎหมายระหว่างกรมที่ดิน (สังกัดมหาดไทย) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (สังกัดคมนาคม) ที่งัดข้อกันเรื่องการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ของตระกูลชิดชอบ
แต่หากกางโครงสร้างอำนาจดูให้ดี จะพบความจริงที่ว่า ปัจจุบันทั้ง รมว. มหาดไทย (อนุทิน ชาญวีรกูล) และ รมว.คมนาคม (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ล้วนเป็นคีย์แมนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น !
การงัดข้อระหว่างสองกระทรวง จึงไม่ใช่ "ความขัดแย้ง" ทางการเมือง แต่คือ "การเล่นตามบท" เพื่อหนีคุก ม.157 คมนาคมจำเป็นฟ้องเพื่อป้องกันตัวเองจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่มหาดไทยก็ต้องหาช่องกฎหมายอุ้มโฉนดต่อไป
ภาวะ Deadlock นี้คือเกมซื้อเวลาทางกฎหมาย ที่ถูกคอนโทรลเบ็ดเสร็จโดยค่ายสีน้ำเงิน เพื่อรักษาสถานะของ "บ้านใหญ่ชิดชอบ" ไว้ให้นานที่สุด
2. สแกนความสัมพันธ์ "2 น." มีรอยร้าว หรือ ลงเรือลำเดียวกัน ?
เมื่อฝ่ายค้านและนักวิเคราะห์การเมืองบางกลุ่ม พยายามฉายภาพว่าปมปัญหาเหล่านี้กำลังทำให้เกิดความหวาดระแวงและรอยร้าวระหว่าง อนุทิน-เนวิน ไม่ต่างจากยุค 3 ป. ในอดีต ! แต่หากมองให้ลึกลงไป หลักฐานเชิงประจักษ์กลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม
- ใบเสร็จทองคำ : อนุทินได้ย้ายชื่อตัวเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อย่างเป็นทางการ สะท้อนชัดเจนว่าทั้งสองคน "เลือกที่จะกอดคอลงเรือลำเดียวกันแบบเต็มตัว"
- เกราะคุ้มกัน : การที่มหาดไทยและคมนาคมเล่นเกมซื้อเวลาทางกฎหมายอย่างสอดประสานกัน คือการส่งสัญญาณทางการเมืองว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็น "กันชน" คุ้มภัยให้บ้านใหญ่ชิดชอบอย่างถึงที่สุด
- เอกภาพสีน้ำเงิน: แกนนำพรรคภูมิใจไทย ต่างประสานเสียงดับไฟข่าวลือ โดยยืนยันว่าโครงสร้างอำนาจภายในยังปึกแผ่น อนุทิน คือเบอร์ 1 ในการบริหาร ส่วนเนวิน คือผู้ใหญ่ที่เคารพ
3. บทสรุปและข้อชวนคิด
"ศึกมหาดไทย" ในเวลานี้ จึงอาจไม่ใช่ศึกสายภายในของค่ายสีน้ำเงิน อย่างที่มีพยายามปั่นกระแส แต่เป็น "ศึกสองแนวรบ" ที่พรรคภูมิใจไทยต้องเผชิญ
(1) แนวรบนอกพรรค : เกมรุกของฝ่ายค้าน (พรรคประชาชน) และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ใช้ปมทุจริตและปมที่ดินเขากระโดง เป็นหอกแหลมพุ่งเป้าไปที่ "กล่องดวงใจ" เพื่อเขย่าเสถียรภาพของผู้นำรัฐบาล
(2) แนวรบในระบบราชการ : แรงต้านจากความอึดอัดของข้าราชการประจำ ต่อการพยายามจัดวางเครือข่ายสายปกครองเพื่อสยายปีกอำนาจทางการเมือง จนทำให้ข้อมูลภายใน แชตไลน์ และคลิปเสียง ทยอยหลุดออกมาเป็นระยะ
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่ความสัมพันธ์ของ "อนุทิน-เนวิน" ว่าจะร้าวลึกหรือไม่ เพราะผลประโยชน์และเป้าหมายทางการเมืองยังผูกพวกเขากันไว้อย่างเหนียวแน่น
แต่สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือ เกราะคุ้มกันของพรรคสีน้ำเงิน จะต้านทานแรงกระแทกจากกลไกตรวจสอบได้นานแค่ไหน ? เพราะหากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียว ผลลัพธ์อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่รั้วบ้านที่บุรีรัมย์ แต่หมายถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และเสถียรภาพของรัฐบาลทั้งคณะ
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม








