สถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังกลับมาเป็น โจทย์ใหญ่ ที่รุนแรงและมีแนวโน้มหนักหนามากกว่าความวุ่นวายทางการเมืองที่กระทรวงมหาดไทย และพรรคภูมิใจไทย อย่างชัดเจน !!
29 มิถุนายน 69 คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดถนน ใกล้สามแยกสะปอม ฝั่งขาเข้าอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ล่าสุดนักท่องเที่ยวทั้ง2ราย หลังรักษาตัวแล้ว ได้รับการส่งตัวกลับมาเลเซียแล้ว
28 มิถุนายน เกิดเหตุไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ 3 จุดภายในวันเดียวกัน ในพื้นที่ 2 จังหวัด มีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย โดยการลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน PT ในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง 1 จุด และ ที่จังหวัดปัตตานี 2จุด คือ อำเภอสายบุรี และอำเภอยะหริ่ง
27 มิถุนายน คนร้ายลอบยิง นายอับดุลเลาะ ยามา สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอยะรัง เสียชีวิต ขณะเดินทางกลับจากส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนตาดีกา ในพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
26 มิถุนายน ลอบวางเพลิงรถบรรทุกสิบล้อของบริษัท เบตง-สัญญาใจ (เบตงจั้วหลีฮวด) บริเวณหัวสะพานโค้งมัสยิดบ้านคลองน้ำขุ่น ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา โดยคนร้ายประมาณ 7–8 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมอาวุธปืน
ในวันเดียวกันช่วงค่ำ คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าปอเนาะ บ้านเขาดิน หมู่ที่ 3 ตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้ประชาชนบาดเจ็บ 4 ราย เป็นเด็กและผู้หญิง
จากไทม์ไลน์ ที่เกิดขึ้นจะพบว่าเป็นห้วงเวลาใกล้เคียงกัน ชนิดที่เรียกว่า “วันต่อวัน” ด้วยซ้ำ แน่นอนว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งระดับ แม่ทัพภาค มาถึงส่วนกลาง ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่อาจอยู่นิ่ง
ล่าสุด “ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสมช. ระบุว่า นายกฯอนุทิน เตรียมเดิน ทางไปมาเลเซียในวันที่ 9-10 กรกฎาคม นี้ เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน นอกจากนี้ยังยอมรับว่าเหตุลอบวางเพลิงปั๊มน้ำมัน PT 3 จุดใน2 จังหวัด ยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบ เรื่องจากมีรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นเหมือนกัน
ทางด้านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ระบุว่า ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการ 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้วทั้ง ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่มีการลอบวางระเบิดตามปั๊มน้ำมัน โดยมองว่าเป็นเรื่องของขบวนการที่ต้องการเรียกร้อง เนื่องจากจะมีการเจรจาในต้นเดือนกรกฎาคม
“จะมีการเจรจาเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยทางรัฐบาลจะหาแนวทางในการเจรจาเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด” (30 มิถุนายน 69)
การเจรจาดังกล่าว หมายถึงวาระการเจรจาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในต้นเดือนกรกฎาคม โดยมีมาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก แน่นอนว่าเหตุการณ์ระเบิดป่วนภาคใต้เกิดขึ้นรายวันเช่นนี้ กำลังส่งกระทบทั้งต่อความมั่นคง ในประเทศ และการท่องเที่ยวตามมา
ล่าสุดทางการมาเลเซีย แจ้งเตือนพลเมืองมาเลเซียที่อยู่ในภาคใต้ของไทย เพิ่มความระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเอง หลังจากที่มี 2 นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุที่นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 69
แน่นอนว่าคำถามและข้อวิพากษ์วิจารณ์ ย่อมกระทบไปถึง นายกฯอนุทิน และหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ “แม่ทัพภาคที่ 4” อย่าง พล.ท.นรธิป โพยนอก ที่เพิ่งผ่านมรสุมจากกรณีคดีลอบยิง สส. “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มาได้ไม่นาน
แต่เมื่อไฟใต้เกิดขึ้นชนิดรายวันเช่นนี้จึงทำให้มีคำถามว่า เก้าอี้แม่ทัพภาค4 จะสะเทือนตามมาหรือไม่ หรือเก้าอี้นายกฯ ของ อนุทิน จะถูกเขย่า ไปพร้อมๆกัน แม้จะถึงกับ “ร่วง” แต่ ความเชื่อมั่น ก็มีโอกาส “หล่น” หากยังคุมสถานการณ์ไฟใต้ ไม่ได้ และถูกท้าทายรายวันเช่นนี้ !!








