"2 เดือน" รัฐบาล “อนุทิน 2” เหมือนอยู่ยาว มานานถึง "2 ปี" ปัญหามากมายรุมเร้า โดยเฉพาะเงื่อนปมที่มาจากการบริหารนโยบายเอง ที่กำลังกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของตัวรัฐบาลเอง
ล่าสุด ดูจะมีความชัดเจนแล้วว่าถึงอย่างไร รัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาล จะเดินลุยไฟ เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้าน จากทั้งฝ่ายการเมือง ไปจนถึง “กูรูไอที” นอกสภาฯ อย่างไรก็ตาม
โดยไชยชนก บอกว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.69) จะมีการประชุมครั้งแรกในการเจรจากับคู่สัญญา และหากจะต้องมีการ “ยกเลิก” ต้องพิจารณาว่าเข้าข่าย “ 3เงื่อนไข” หรือไม่
นั่นคือ 1.การกระทำที่ผิดกฎหมาย
2.ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า
และ 3.ไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
ไชยชนก ยืนยันกับสื่อที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อถูกถาม ถึงการตัดสินใจว่าจะยกเลิกโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาทหรือไม่ นอกจากนี้ยังย้ำว่าหากเข้า3เงื่อนไขดังกล่าวยกเลิกแน่ แต่เมื่อ “ฝ่ายประจำ” คือทางข้าราชการระดับสูงของกระทรวงดีอี ยืนยันว่าถูกต้องตามกระบวนการ
ประเด็นที่กำลังถูกจับตามากที่สุดในเวลานี้ นอกเหนือไปจากความชัดเจนจากไชยชนกที่ประกาศ “เดินหน้าต่อ” แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากฝ่ายค้านตั้งแต่ในการตอบกระทู้ไปจนถึงการตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการฯ โดยพรรคฝ่ายค้าน
ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งต่างย้ำว่าการออกมาส่งเสียงคัดค้านครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องการสะท้อนไปถึงรัฐบาลก็ตามแล้ว กลับมีคำถามตามมาว่า เมื่อไชยชนก ไม่กลัวลุยไฟ แล้ว “นายกฯอนุทิน” พร้อมด้วยหรือไม่ ?
อย่าลืมว่า เมื่อไชยชนก เดินหน้า พรรคประชาชน ประกาศแล้วว่าจะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช. ตรวจสอบทันที !!
ประเด็นที่ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โยนลงมา และดูจะกลายเป็นการเพิ่มแรงกดดัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไปยัง นายกฯอนุทิน มากกว่าใคร นอกจากประเด็น เรื่องบริษัทที่เป็นคู่ TOR มีความใกล้ชิดกับคนในครอบครัวชิดชอบ นั่นคือ เมื่อโครงการนี้เป็นของ “ลูกนาย” จึงทำให้ นายกฯอนุทินไม่แตะต้องใช่หรือไม่ ?
การเดินหน้าบริหารนโยบายและโครงการต่างๆ ในมือของพรรคภูมิใจไทย กำลังจะกลายเป็น “ของร้อน” ที่กระทบกันถ้วนหน้าตามมาหรือไม่ ยิ่งเมื่อ ไชยชนก ประกาศแล้วว่าจะลุยต่อ ทั้งที่ เวลานี้อาจมีหลายคนในพรรคภูมิใจไทย ไปจนถึงในครม. อาจจะอยู่ในสภาพ “หายใจไม่ทั่วท้อง” และยังไม่พร้อมที่จะ "ตายหมู่" ไปด้วย !








